ธรรมศึกษา ตรี อุดม พ.ศ. ๒๕๖๘

ธรรมศึกษา ชั้นตรี

ปัญหา วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม

ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

อตฺตนา โจทยตฺตานํ.

จงเตือนตนด้วยตนเอง.

คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ.ธ.)

แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล โดยใช้สุภาษิตที่สนามหลวงแผนกธรรม กำหนดมาให้ จำนวน ๓ สุภาษิตช้างล่างนี้ มาประกอบอ้างอิงเพียง ๑ สุภาษิต และสุภาษิตที่อ้างมานั้น ควรอธิบายเชื่อมความให้สมกับเรื่องในกระทู้ตั้ง

ในชั้นนี้กำหนดให้เขียนลงในกระดาษใบตอบตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป

——————-

ให้เวลา ๓ ชั่วโมง

อตฺตานํ ทมยนฺติ สุพฺพตา.
ผู้ประพฤติดี ย่อมฝึกตน.
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ. ธ.)

ขนฺติ หิตสุขาวหา.
ความอดทน นำมาซึ่งประโยชน์สุข.
คัมภีร์ที่มา : สวดมนต์ฉบับหลวง (ส. ม.)

วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ.
คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร.
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย สุตตนิบาต (ขุ. สุ.)


ธรรมศึกษา ชั้นตรี

ปัญหาและเฉลย วิชา ธรรม

ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

๑. สติสัมปชัญญะ ทำหน้าที่อะไรในกิจการทุกอย่าง ?
ก. สนับสนุน      
ข. เกื้อกูล                           
ค. ส่งเสริม                         
ง. ถูกทุกข้อ

๒. ก่อนที่จะพูด จะโพสต์ จะคอมเมนต์ ควรใช้ธรรมข้อใด ?
ก. สติ                  
ข. สัมปชัญญะ   
ค. โอตตัปปะ     
ง. โสรัจจะ
๓. หากไม่มีกฎหมาย จะใช้ธรรมใดคุ้มครองโลก ?
ก. สติ สัมปชัญญะ            
ข. ขันติ โสรัจจะ               
ค. หิริ โอตตัปปะ
             
ง. กตัญญู กตเวที
๔. คนขาดธรรมอะไร จึงไม่ละอายใจในการทำชั่ว ?
ก. สติ                  
ข. ขันติ
ค. หิริ
                 
ง. สัจจะ
๕. โอตตัปปะ ทำให้เกิดความกลัวอะไร ?
ก. กลัวผี                            
ข. กลัวตาย                        
ค. กลัวบาป
        
ง. กลัวเทพเจ้า
๖. ฝึกตามหลักธรรมใด จึงอดทนได้เมื่อถูกด่าว่าเสียดสี ?
ก. โอตตัปปะ     
ข. สัมปชัญญะ   
ค. ขันติ

ง. โสรัจจะ
๗. บุคคลผู้ทำอุปการะก่อน หมายถึงใคร ?
ก. มารดา บิดา    
ข. พี่ น้อง            
ค. มิตรสหาย                     
ง.สามีภรรยา
๘. บุคคลใด อยู่ในฐานะต้องปฏิบัติตามหลักกตัญญูกตเวทิตาธรรม ?
ก. บุตรธิดา         
ข. ลูกศิษย์           
ค. ประชาชน                     
ง. ถูกทุกข้อ

๙. เกิดเป็นคนไทย ควรกตัญญูกตเวทีต่อใคร ?
ก. ชาติ                
ข. ศาสนา           
ค. พระมหากษัตริย์           
ง. ถูกทุกข้อ

๑๐. พุทโธ เม สะระณัง วะรัง เป็นการกล่าวถึงรัตนะใด ?
ก. พุทธรัตนะ     
ข. ธรรมรัตนะ    
ค. สังฆรัตนะ                    
ง. ถูกทุกข้อ
๑๑. ธัมโม เม สะระณัง วะรัง เป็นการกล่าวถึงรัตนะใด ?
ก. พุทธรัตนะ     
ข. ธรรมรัตนะ
  
ค. สังฆรัตนะ     
ง. ถูกทุกข้อ
๑๒. สังโฆ เม สะระณัง วะรัง เป็นการกล่าวถึงรัตนะใด ?
ก. พุทธรัตนะ     
ข. ธรรมรัตนะ    
ค. สังฆรัตนะ
    
ง. ถูกทุกข้อ
๑๓. ข้อใด เป็นรากเหง้าของอกุศลทั้งปวง ?
ก. โลภะ              
ข. โทสะ                            
ค. โมหะ                            
ง. ถูกทุกข้อ

๑๔. โลภ โกรธ หลง แทรกซึมเข้าทางใดจึงทำลายบุคคลได้ ?
ก. เจตสิก            
ข. กาย                 
ค. วาจา                              
ง. ใจ

๑๕. ต้องปิดด่านใด จึงป้องกันอกุศลมลู ทั้ง ๓ ได้ ?
ก. กาย                 
ข. วาจา                              
ค. ใจ
                  
ง. เจตสิก
๑๖. ข้อใด เป็นรากเหง้าของกุศลทั้งปวง ?
ก. อโลภะ           
ข. อโทสะ                         
ค. อโมหะ           
ง. ถูกทุกข้อ

๑๗. กุศลมูลใด เป็นเกาะป้องกันไม่ให้กิเลสเกิดขึ้นในใจ ?
ก. อโลภะ           
ข. อโทสะ                         
ค. อโมหะ           
ง. ถูกทุกข้อ

๑๘. บุญกิริยาวัตถุ หมายถึงวิธีทำบุญอย่างไร ?
ก. ให้ทาน           
ข. รักษาศีล                        
ค. เจริญภาวนา   
ง. ถูกทุกข้อ

๑๙. การไม่ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น จัดเป็นการบําเพ็ญบุญ กิริยาวัตถุใด ?
ก. ทานมัย           
ข. สีลมัย
                           
ค. ภาวนามัย       
ง. ปัตติทานมัย
๒๐. อธิปไตยใด ก่อให้เกิดความวุ่นวายแก่สังคมมากที่สุด ?
ก. อัตตาธิปไตย  
ข. โลกาธิปไตย  
ค. ธัมมาธิปไตย  
ง. ประชาธิปไตย
๒๑. ยากดีมีจน ทุกคนตกอยู่ในลักษณะเดียวกัน คือลักษณะใด ?
ก. อนิจจตา         
ข. ทุกขตา           
ค. อนัตตตา                       
ง. ถูกทุกข้อ

๒๒. ความเกลียดชังทำให้เกิดอคติใด ?
ก. ฉันทาคติ        
ข. โทสาคติ
        
ค. โมหาคติ                       
ง. ภยาคติ
๒๓. ความเกรงกลัวทำให้เกิดอคติใด ?
ก. ฉันทาคติ        
ข. โทสาคติ         
ค. โมหาคติ                       
ง. ภยาคติ

๒๔. สังวรปธาน เป็นความพยายามในเรื่องอะไร ?
ก. ระวังบาป       
ข. ละบาป           
ค. สั่งสมบาป     
ง. ทำบาป
๒๕. ปหานปธาน เป็นความพยายามในเรื่องอะไร ?
ก. ระวังบาป       
ข. ละบาป
          
ค. สั่งสมบาป     
ง. ทำบาป
๒๖. นักธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีหลักธรรมใด ?
ก. อิทธิบาท ๔                  
ข. พรหมวิหาร ๔             
ค. ปธาน ๔         
ง. อคติ ๔

๒๗. วิมังสา ส่งเสริมทักษะการทำงานของบุคคลในด้านใด ?
ก. เต็มใจทำ        
ข. ขยันทำ           
ค. ใส่ใจทำ          
ง. เข้าใจทำ

๒๘. การที่ไม่อิจฉาริษยาผู้อื่นได้จิตใจต้องมีพรหมวิหารใด ?
ก. เมตตา             
ข. กรุณา             
ค. มุทิตา
            
ง. อุเบกขา
๒๙. ในสถานการณ์ที่บุคคลอันเป็นที่รักทำผิด เราควรใช้พรหมวิหารใด ?
ก. เมตตา             
ข. กรุณา             
ค. มุทิตา             
ง. อุเบกขา

๓๐. เมื่อเกิดทุกข์ขึ้นแล้ว ทำอย่างไรจึงจะถูกวิธี ?
ก. กำหนดรู้        
ข. ควรละ            
ค. ทำให้มีขึ้น  
ง. ทำให้ประจักษ์แจ้ง
๓๑. ตัณหา เป็นอะไรในอริยสัจ ๔ ?
ก. ทุกข์                              
ข. สมุทัย
            
ค. นิโรธ              
ง. มรรค
๓๒. จะละตัณหาเสียได้ต้องปฏิบัติตามธรรมใด ?
ก. อริยมรรค       
ข. มัชฌิมาปฏิปทา                          
ค. ศีล สมาธิ ปัญญา          
ง. ถูกทุกข้อ

๓๓. ทานกถา ส่งเสริมสังคมในเรื่องใด ?
ก. รู้จักให้            
ข. รู้จักเก็บ                         
ค. รู้จักรักษา                      
ง. รู้จักประหยัด
๓๔. สีลกถา ช่วยลดอาชญากรรมเรื่องใดในสังคมได้ ?
ก. การประทุษร้าย            
ข. การโจรกรรม
ค. การหลอกลวง              
ง. ถูกทุกข้อ

๓๕. อนุปุพพิกถาใด เป็นการอธิบายถึงผลของการทำความดี ?
ก. ทานกถา         
ข. สีลกถา           
ค. สัคคกถา
        
ง. เนกขัมมานิสังสกถา
๓๖. คิหิปฏิบัติ หมายถึงข้อปฏิบัติของใคร ?
ก. คฤหัสถ์          
ข. ภิกษุ
ค. สามเณร         
ง. แม่ชี
๓๗. มิตรปฏิรูป หมายถึงคนเช่นไร ?
ก. คนปอกลอก  
ข. คนดีแต่พูด     
ค. คนหัวประจบ               
ง. ถูกทุกข้อ

๓๘. พูดหว่านล้อม เป็นลักษณะของมิตรเทียมประเภทใด ?
ก. มิตรดีแต่พูด  
ข. มิตรปอกลอก
ค. มิตรหัวประจบ             
ง. มิตรชวนทำชั่ว
๓๙. พระเทวทัตเป็นมิตรประเภทใดของพระเจ้าอชาตศัตรู ?
ก.ดีแต่พูด           
ข. ปอกลอก                       
ค. หัวประจบ      
ง. ชักชวนในทางฉิบหาย

๔๐. เมื่อเกิดภัยสู้รบเป็นที่พึ่งได้เป็นลักษณะของมิตรแท้ประเภทใด ?
ก. มีอุปการะ       
ข. ร่วมสุขร่วมทุกข์          
ค. แนะประโยชน์             
ง. มีความรักใคร่
๔๑. ไม่ทิ้งเพื่อนทหารในการสู้รบ เป็นลักษณะของมิตรแท้ประเภทใด ?
ก. มีอุปการะ      
ข. ร่วมสุขร่วมทุกข์
         
ค. แนะประโยชน์             
ง. มีความรักใคร่
๔๒. สิ่งใด เป็นอบายมุขเส้นทางนําไปสู่ความฉิบหาย ?
ก. สิ่งเสพติด      
ข. สถานบันเทิง
ค. การพนัน                       
ง. ถูกทุกข้อ

๔๓. ถูกระแวง มักถูกใส่ความ เป็นโทษของการกระทำใด ?
ก. ติดสุรา           
ข. เที่ยวกลางคืน
              
ค. ติดการพนัน   
ง. คบคนชั่ว
๔๔. เมื่อแพ้ย่อมเสียดายทรัพย์ เป็นโทษของการกระทำใด ?
ก. ติดสุรา           
ข. เที่ยวกลางคืน
ค. ติดการพนัน
 
ง. คบคนชั่ว
๔๕. ทิศที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้กราบไหว้ หมายถึงใคร ?
ก. พ่อแม่             
ข. ครูอาจารย์      
ค. สมณพราหมณ์             
ง. ถูกทุกข้อ

๔๖. พ่อแม่ได้ชื่อว่า เป็นผู้มีอุปการคุณ เพราะให้อะไรที่สำคัญที่สุดแก่บุตร ?
ก. อาหาร            
ข. สมบัติ                           
ค. เงิน ทอง                       
ง. ชีวิต-เลือดเนื้อ

๔๗. เยาวชนบางคนในสังคมไทย ไม่รู้บุญคุณพ่อแม่ เพราะขาดอะไร ?
ก. สามัญสํานึก  
ข. กตัญญู           
ค. กตเวที            
ง. ถูกทุกข้อ
๔๘. ยืนต้อนรับ เชื่อฟัง ตั้งใจศึกษา เป็นความเคารพที่ใครพึงทำต่อใคร ?
ก. ศิษย์-อาจารย์
ข. สามี-ภรรยา   
ค. มิตร-สหาย     
ง. นาย-บ่าว
๔๙. ยกย่อง ไม่ดูหมิ่น ไม่นอกใจ เป็นหน้าที่ที่ใครควรทำต่อใคร ?
ก. ศิษย์-อาจารย์
ข. สามี-ภรรยา
  
ค. มิตร-สหาย     
ง. นาย-บ่าว
๕๐. พุทธศาสนิกชน ควรแสดงความเคารพต่อสมณพราหมณ์ด้วยวิธีใด ?
ก. ทำดีกับท่าน                  
ข. พูดดีกับท่าน  
ค. คิดดีกับท่าน   
ง. ถูกทุกข้อ


ธรรมศึกษา ชั้นตรี

ปัญหาและเฉลย วิชา พุทธประวัติ

ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

๑. ข้อใด พระพุทธเจ้าประทานไว้เป็นตัวแทนพระองค์หลังปรินิพพานแล้ว ?
ก. ต้นโพธิ์          
ข. รอยพระบาท
ค. เจดีย์
ง. พระธรรมวินัย

๒. การทำปฐมสังคายนาเกิดขึ้นหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วกี่เดือน ?
ก. ๓ เดือน          
ข. ๔ เดือน                         
ค. ๕ เดือน          
ง. ๖ เดือน
๓. การทำปฐมสังคายนา จัดขึ้น ณ แคว้นใด ?
ก. อังคะ                             
ข. มคธ
                             
ค. กาสี  
ง. โกศล
๔. การทำปฐมสังคายนา จัดขึ้น ณ สถานที่ใด ?
ก. ถ้ำสัตตบรรณ               
ข. ถ้ำสุกรขาตา   
ค. ถ้ำอชันตา                     
ง. ถ้ำปิปผลิ
๕. การทำปฐมสังคายนา มีพระอรหันต์เข้าร่วมประชุมกี่องค์ ?
ก. ๓๐๐ องค์       
ข. ๕๐๐ องค์
      
ค. ๗๐๐ องค์       
ง. ๑,๐๐๐ องค์
๖. กษัตริย์ผู้ถวายอุปถัมภ์ในการทำปฐมสังคายนาทรงพระนามว่าอะไร ?
ก. พิมพิสาร        
ข. ปเสนทิโกศล                
ค. อชาตศัตรู
     
ง. อโศกมหาราช
๗. การทำปฐมสังคายนาเสร็จสมบูรณ์ใช้เวลานานเท่าไร ?
ก. ๓ เดือน          
ข. ๖ เดือน                         
ค. ๙ เดือน                         
ง. ๑ ปี
๘. คัมภีร์รวบรวมพุทธบัญญัติอันเป็นข้อปฏิบัติของภิกษุภิกษุณี คือข้อใด ?
ก. วินัยปิฎก        
ข. สุตตันตปิฎก  
ค. อภิธรรมปิฎก               
ง. ถูกทุกข้อ
๙. คัมภีร์รวบรวมพุทธพจน์อันเป็นหลักธรรมล้วน ๆ คือข้อใด ?
ก. วินัยปิฎก        
ข. สุตตันตปิฎก  
ค. อภิธรรมปิฎก
ง. ถูกทุกข้อ
๑๐. ผู้สั่งสมบุญบารมีเพื่อจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในกาลข้างหน้า คือใคร ?
ก. พระสาวก      
ข. พระอัครสาวก              
ค. พระราชา                      
ง. พระโพธิสัตว์

๑๑. พระโพธิสัตว์บําเพ็ญบารมี ๓๐ ทัศครบบริบูรณ์เมื่อเสวยพระชาติเป็นใคร ?
ก. พระเตมีย์       
ข. พระมหาชนก
ค. พระภูริทัต      
ง. พระเวสสันดร

๑๒. ก่อนปฏิสนธิในครรภ์พระมารดา พระโพธิสัตว์สถิตอยู่สวรรค์ชั้นใด ?
ก. ดาวดึงส์         
ข. ยามา               
ค. ดุสิต
              
ง. นิมมานรดี
๑๓. พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในทวีปใด ?
ก. ปุพพวิเทหทวีป            
ข. อุตตรกุรุทวีป               
ค. อมรโคยานทวีป           
ง. ชมพูทวีป

๑๔. ข้อใด เป็นต้นไม้ประจำชมพูทวีป ?
ก. ต้นโพธิ์          
ข. ต้นไทร           
ค. ต้นสาละ        
ง. ต้นหว้า

๑๕. ชมพูทวีป แบ่งอาณาเขตเป็นแคว้นใหญ่ ๆ กี่แคว้น ?
ก. ๑๒ แคว้น      
ข. ๑๔ แคว้น      
ค. ๑๖ แคว้น
       
ง. ๑๘ แคว้น
๑๖. แคว้นมคธ มีเมืองหลวงชื่อว่าอะไร ?
ก. ราชคฤห์         
ข. สาวัตถี           
ค. โกสัมพี          
ง. อุชเชนี
๑๗. บุตรผู้เกิดจากพ่อแม่ที่มีวรรณะต่างกัน เรียกว่าอะไร ?
ก. พราหมณ์       
ข. แพศย์             
ค. ศูทร  
ง. จัณฑาล

๑๘. พระโพธิสัตว์ประสูติในราชวงศ์ใด ?
ก. ศากยวงศ์       
ข. โกลิยวงศ์                      
ค. สยามวงศ์                      
ง. ลังกาวงศ์
๑๙. พระโพธิสัตว์ประทับอยู่ในครรภ์พระมารดาเป็นเวลากี่เดือน ?
ก. ๙ เดือน           
ข. ๑๐ เดือน        
              
ค. ๑๑ เดือน                       
ง. ๑๒ เดือน
๒๐. พระโพธิสัตว์ประสูติจากครรภ์พระมารดา ตรงกับวันเพ็ญเดือนใด ?
ก. เดือน ๓          
ข. เดือน ๖
                         
ค. เดือน ๘                         
ง. เดือน ๑๒
๒๑. พระราชบิดาของเจ้าชายสิทธัตถะ มีพระนามว่าอะไร ?
ก. สุทโธทนะ      
ข. สุกโกทนะ     
ค. อมิโตทนะ     
ง. โธโตทนะ
๒๒. พระราชมารดาของเจ้าชายสิทธัตถะ มีพระนามว่าอะไร ?
ก. อมิตา                             
ข. ปมิตา                            
ค. สิริมหามายา
 
ง. มหาปชาบดี
๒๓. สถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศใด ?
ก. อินเดีย            
ข. เนปาล
                          
ค. ศรีลังกา                        
ง. พม่า
๒๔. บุคคลและสิ่งของที่กำเนิดขึ้นพร้อมกับเจ้าชายสิทธัตถะ เรียกว่าอะไร ?
ก. สหชาติ           
ข. สหธรรมมิก   
ค. สหาย                            
ง. กัลยาณมิตร
๒๕. บุคคลใด ถือกำเนิดในวันเดียวกับเจ้าชายสิทธัตถะ ?
ก. เจ้าชายอานนท์             
ข. พระนางพิมพา             
ค. นายฉันนะ     
ง. ถูกทุกข้อ

๒๖. มหาปุริสลักษณะ มีกี่ประการ ?
ก. ๓๒ ประการ                 
ข. ๔๕ ประการ  
ค. ๘๐ ประการ  
ง. ๑๐๘ ประการ
๒๗. เจ้าชายสิทธัตถะประสูติได้ ๕ วัน เกิดเหตุการณ์ใด ?
ก. เดินได้            
ข. เปล่งวาจา       
ค. ขนานพระนาม
           
ง. มารดาสิ้นพระชนม์
๒๘. พราหมณ์ใด ทํานายเจ้าชายสิทธัตถะว่าเสด็จออกผนวชได้ตรัสรู้แน่นอน ?
ก. สุทัตตะ          
ข. รามะ              
ค. ลักษณะ          
ง. โกณฑัญญะ

๒๙. เจ้าชายสิทธัตถะประสูติได้ ๗ วัน เกิดเหตุการณ์ใด ?
ก. เดินได้            
ข. เปล่งวาจา       
ค. ขนานพระนาม             
ง. มารดาสิ้นพระชนม์

๓๐. เจ้าชายสิทธัตถะอภิเษกสมรสกับพระนางใด ?
ก. พิมพา                            
ข. เขมา
ค. รูปนันทา        
ง. มัลลิกา
๓๑. ขณะเจ้าชายสิทธัตถะมีพระชนมายุ ๒๙ ปีเกิดเหตุการณ์สำคัญใด ?
ก. อภิเษกสมรส                
ข. ออกผนวช
    
ค. ตรัสรู้              
ง. ปรินิพพาน
๓๒. ข้อใด ไม่ใช่เทวทูต ๔ ?
ก. คนเกิด            
ข. คนแก่             
ค. คนเจ็บ            
ง. คนตาย
๓๓. ผู้ใด ตามเสด็จเจ้าชายสิทธัตถะในวันออกผนวช ?
ก. ฉันนะ             
ข. กาฬุทายี         
ค. นันทะ            
ง. อุบาลี
๓๔. เจ้าชายสิทธัตถะทรงตัดพระเกศโมฬีด้วยอะไร ?
ก. พระแสงดาบ                
ข. พระขรรค์
                    
ค. พระกริช         
ง. พระแสงกรรไกร
๓๕. เจ้าชายสิทธัตถะอธิษฐานเพศบรรพชิต ณ ฝั่งแม่น้ำใด
ก. ยมุนา                             
ข. คงคา               
ค. เนรัญชรา                      
ง. อโนมา

๓๖. พระมหาบุรุษทรงบําเพ็ญทุกรกิริยาด้วยวิธีใด ?
ก. กดพระทนต์  
ข. กลั้นลมหายใจ             
ค. อดอาหาร                      
ง. ถูกทุกข้อ
๓๗. สตรีใด ได้ถวายข้าวมธุปายาสแก่พระมหาบุรุษก่อนตรัสรู้ ?
ก. สุชาดา            
ข. วิสาขา            
ค. พิมพา             
ง. มัลลิกา
๓๘. พระมหาบุรุษเสวยข้าวมธุปายาส จำนวนกี่ก้อน ?
ก. ๑๙ ก้อน         
ข. ๒๙ ก้อน        
ค. ๓๙ ก้อน        
ง. ๔๙ ก้อน

๓๙. พระมหาบุรุษทรงอธิษฐานลอยถาดทองคําในแม่น้ําใด ?
ก. อจิรวดี            
ข. อโนมา           
ค. เนรัญชรา
      
ง. คงคา
๔๐. โสตถิยพราหมณ์ ได้ถวายหญ้าคาแก่พระมหาบุรุษ จำนวนกี่กํามือ ?
ก. ๔ กํามือ         
ข. ๖ กํามือ          
ค. ๘ กํามือ
         
ง. ๑๐ กํามือ
๔๑. ผู้ใด ตามขัดขวางการตรัสรู้พระโพธิญาณของพระมหาบุรุษ ?
ก. พญาวัสสวดี  
ข. พญายม          
ค. พญานาค        
ง. พญาครุฑ
๔๒. พระมหาบุรุษได้บรรลุทิพพจักขุญาณในยามใด ?
ก.ปฐมยาม          
ข. มัชฌิมยาม
    
ค. ปัจฉิมยาม      
ง. ถูกทุกข้อ
๔๓. พระพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณขณะพระชนมายุเท่าไร ?
ก. ๒๙ พรรษา    
ข. ๓๕ พรรษา
  
ค. ๔๕ พรรษา    
ง. ๘๐ พรรษา
๔๔. พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ได้เสวยวิมุตติสุขกี่สัปดาห์?
ก. ๕ สัปดาห์      
ข. ๖ สัปดาห์                     
ค. ๗ สัปดาห์
                    
ง. ๘ สัปดาห์
๔๕. พระพุทธเจ้าเสวยวิมุตติสุขในสัปดาห์ที่ ๗ ณ สถานที่ใด ?
ก. อนิมิสเจดีย์    
ข. รัตนจงกรมเจดีย์          
ค. รัตนฆรเจดีย์  
ง. ราชายตนเจดีย์

๔๖. ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ชาวพุทธควรปฏิบัติตนเช่นใด ?
ก. ถวายทาน       
ข. รักษาศีล                        
ค. เจริญจิตภาวนา             
ง. ถูกทุกข้อ

๔๗. แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ตรงกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาข้อใด ?
ก. วันมาฆบูชา   
ข. วันวิสาขบูชา
ค. วันเข้าพรรษา
              
ง. วันออกพรรษา
๔๘. พระภิกษุสงฆ์อธิษฐานเข้าอยู่จำพรรษาเป็นเวลากี่เดือน ?
ก. ๒ เดือน          
ข. ๓ เดือน
                        
ค. ๔ เดือน                         
ง. ๕ เดือน
๔๙. วันมหาปวารณา ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนใด ?
ก. เดือน ๓          
ข. เดือน ๖                         
ค. เดือน ๘                         
ง. เดือน ๑๑

๕๐. พรัหมา จะ โลกาธิปะตี .. อะนุกัมปิมัง ปะชัง ฯ เป็นคําอาราธนาอะไร ?
ก. พระปริตร      
ข. พระธรรม
                    
ค. ศีล ๕                             
ง. ศีล ๘


ธรรมศึกษา ชั้นตรี

ปัญหาและเฉลย วิชาเบญจศีลเบญจธรรม (วินัย)

ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

๑. มนุษย์ในสังคมมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะมีธรรมะข้อใด ?
ก. ทาน                
ข. ศีล
   
ค. ภาวนา            
ง. ถูกทุกข้อ
๒. ข้อใด เป็นพื้นฐานการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างปกติสุข ?
ก. ศีล                  
ข. สมาธิ              
ค. ปัญญา            
ง. ถูกทุกข้อ
๓. ข้อใด เป็นวัตถุประสงค์ของการรักษาศีล ?
ก. ฝึกงาน            
ข. ฝึกกายวาจา
  
ค. ฝึกใจ              
ง. ฝึกอาชีพ
๔. เจตนางดเว้นจากการละเมิดศีล เรียกว่าอะไร ?
ก. อาบัติ                            
ข. วิบัติ
ค. สมบัติ            
ง. วิรัติ

๕. ข้อใด เป็นการละเมิดศีลข้อ ๑ ?
ก. ฆ่าสัตว์           
ข. ลักทรัพย์        
ค. เสพกาม         
ง. ค้ากาม
๖. ข้อใด อนุโลมเข้าในการละเมิดศีลข้อ ๑ ?
ก. ทำให้เสียหาย
ข. ทำให้แค้นใจ
ค. ทำให้บาดเจ็บ

ง. ทำให้เจ็บใจ
๗. ใช้งานสัตว์เกินกําลังจนซูบผอม เป็นทรกรรมประเภทใด ?
ก. ใช้การ             
ข. กักขัง              
ค. นําไป              
ง. ผจญสัตว์
๘. ศีลข้อ ๑ ป้องกันการเบียดเบียนกันในเรื่องใด ?
ก. ชีวิต                
ข. ทรัพย์สิน       
ค. คู่ครอง            
ง. คําพูด
๙. คําว่า พิการ ในศีลข้อ ๑ จัดเข้าในความผิดใด ?
ก. ทำให้เสียชีวิต               
ข. ทำร้ายร่างกาย
             
ค. ทำให้ทรมาน
ง. ถูกทุกข้อ
๑๐. ศีลข้อ ๒ บัญญัติขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด ?
ก. ให้มีเมตตา                    
ข. ให้มีอาชีพสุจริต
         
ค. ให้มีสัจจะ                     
ง. ให้มีสติ
๑๑. ข้อใด เป็นการละเมิดศีลข้อ ๒ ?
ก. ยิงนก                            
ข. ตกปลา           
ค. ล่าสัตว์           
ง. ต้มตุ๋น

๑๒. ยืมเงินแต่ไม่ยอมใช้คืนทั้งต้นและดอกเบี้ย ตรงกับข้อใด ?
ก. ตู่                     
ข. ฉ้อ                  
ค. ตระบัด
          
ง. ยักยอก
๑๓. ขายสินค้าลอกเลียนแบบ เป็นโจรกรรมประเภทใด ?
ก. ปลอม             
ข. ลวง  
ค. หลอก             
ง. ตู่
๑๔. ใช้อุบายหลอกลวงครอบครองที่ดินสาธารณะ เป็นโจรกรรมประเภทใด ?
ก. ลวง                 
ข. หลอก             
ค. ตู่                     
ง. ฉ้อ

๑๕. ข้อใด เป็นพฤติกรรมของคนละเมิดศีลข้อ ๒ ?
ก. ไร้เมตตา        
ข. ไร้ศรัทธา       
ค. มือไวใจเร็ว
   
ง. สติเหม่อลอย
๑๖. ข้อใด เป็นความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทางเพศ ?
ก. ปาณาติบาต   
ข. อทินนาทาน  
ค. กาเมสุมิจฉาจาร
          
ง. มุสาวาท
๑๗. มีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่มิใช่คู่ครอง เป็นความผิดข้อใด ?
ก. ธรรมเนียม     
ข. วัฒนธรรม     
ค. ประเพณี                       
ง. ประเวณี

๑๘. ศีลข้อ ๓ คําว่า เหล่ากอของตน หมายถึงใคร ?
ก. ลูกเลี้ยง          
ข. ลูกบุญธรรม  
ค. ลูกชาย
           
ง. ลูกเขย
๑๙. หญิงชายเป็นคู่หมั้นกัน อยู่ในการดูแลรักษาของใคร ?
ก. พ่อแม่             
ข. กํานัน                            
ค. ผู้ใหญ่บ้าน     
ง. คู่หมั้น

๒๐. การพูดในเรื่องไม่ใช่ความจริง เรียกว่าอะไร ?
ก. พูดไปเรื่อย     
ข. พูดไม่รู้เรื่อง   
ค. พูดโกหก
                      
ง. พูดไร้สาระ
๒๑. มุสาประเภทใด เรียกว่า ทำเล่ห์กระเท่ห์ ?
ก. เสริมความ     
ข. อวดอ้าง
        
ค. แกล้งป่วย                     
ง. สาบาน
๒๒. ข้อใด จัดเป็นมุสาวาทละเมิดศีลข้อ ๔ ?
ก. แจ้งข่าวปลอม              
ข. เล่านิยาย         
ค. สำคัญผิด        
ง. พลั้งปาก
๒๓. ศีลข้อ ๕ บัญญัติขึ้นเพื่อต้องการให้ละเว้นกิริยาใด ?
ก. ฆ่าสัตว์           
ข. ลักทรัพย์        
ค. เล่นพนัน        
ง. ดื่มสุรา
๒๔. การรักษาศีลข้อ ๕ ต้องงดเว้นเครื่องดื่มประเภทใด ?
ก. เหล้าปั่น         
ข. โกโก้ปั่น        
ค. ผลไม้ปั่น        
ง. อกไก่ปั่น
๒๕. สุราเมรัยและสิ่งเสพติดต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการใด ?
ก. มึนเมา            
ข. ไม่รู้ตัว           
ค. ขาดสติ           
ง. ถูกทุกข้อ

๒๖. การรักษาศีลข้อ ๕ ทำให้ได้รับประโยชน์ในเรื่องใด ?
ก. ชีวิตสงบสุข   
ข. สุขภาพดี        
ค. ลดอุบัติเหตุ    
ง. ถูกทุกข้อ

๒๗. สัมปัตตวิรัติ เป็นการงดเว้นจากการละเมิดศีลลักษณะใด ?
ก. เฉพาะหน้า     
ข. ซึ่งหน้า           
ค. ต่อหน้าต่อตา
ง. ถูกทุกข้อ

๒๘. สมาทานวิรัติ เป็นการงดเว้นจากการละเมิดศีลของใคร ?
ก. คนทั่วไป        
ข. คนถือศีล
       
ค. คนเข้าทรง     
ง. อริยบุคคล
๒๙. สมุจเฉทวิรัติ เป็นการงดเว้นจากการละเมิดศีลของใคร ?
ก. คนทั่วไป        
ข. คนถือศีล        
ค. คนมีญาณ                     
ง. อริยบุคคล

๓๐. การรักษาเบญจศีลให้มีความมั่นคง ควรปฏิบัติควบคู่กับหลักธรรมใด ?
ก. ฆราวาสธรรม              
ข. สังคหวัตถุ                    
ค. พรหมวิหาร   
ง. เบญจธรรม

๓๑. ความปรารถนาสร้างความสุขความเจริญให้ผู้อื่น เป็นกัลยาณธรรมใด ?
ก. เมตตา            
ข. กรุณา             
ค. กามสังวร                      
ง. สัจจะ
๓๒. กัลยาณธรรมใด ควรใช้เมื่อเห็นผู้อื่นตกต่ำหรือประสบปัญหา ?
ก. เมตตา             
ข. กรุณา
            
ค. สติสัมปชัญญะ             
ง. สัจจะ
๓๓. บริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เป็นกัลยาณธรรมใด ?
ก. เมตตา             
ข. กรุณา
            
ค. สัมมาอาชีวะ  
ง. สัจจะ
๓๔. ข้อใด เป็นการปฏิบัติตามกัลยาณธรรมข้อ ๑ ?
ก. มีเมตตา          
ข. อาชีพสุจริต   
ค. ถือสัจจะ         
ง. สติรอบคอบ
๓๕. กัลยาณธรรมข้อใด เป็นการหาเลี้ยงชีพในทางสุจริต ?
ก. สัจจะ                            
ข. สัมมาอาชีวะ
 
ค. เมตตากรุณา   
ง. สติสัมปชัญญะ
๓๖. นายจ้างจ่ายค่าแรงลูกจ้างตามสัญญา เป็นความชอบธรรมในข้อใด ?
ก. กิจการ            
ข. บุคคล
            
ค. วัตถุ  
ง. ถูกทุกข้อ
๓๗. ลูกจ้างทำงานเลิกงานตามเวลา เป็นความชอบธรรมเรื่องใด ?
ก. กิจการ            
ข. บุคคล             
ค. วัตถุ  
ง. ถูกทุกข้อ
๓๘. การผลิตสินค้าเลียนแบบ ชื่อว่าประพฤติไม่เป็นธรรมในเรื่องใด ?
ก. กิจการ            
ข. บุคคล             
ค. วัตถุ

ง. ถูกทุกข้อ
๓๙. กัลยาณธรรมข้อใด เป็นข้อปฏิบัติคู่กับศีลข้อ ๓ ?
ก. เมตตา             
ข. สัจจะ              
ค. กามสังวร
      
ง. สติสัมปชัญญะ
๔๐. กัลยาณธรรมข้อ ๓ คือการระมัดระวังไม่ให้หลงใหลเกี่ยวกับอะไร ?
ก. เพศ  
ข. ทรัพย์             
ค. ยศ                   
ง. อํานาจ
๔๑. กัลยาณธรรมข้อ ๓ คือการปฏิบัติตนตามหลักธรรมระหว่างใครกับใคร ?
ก. ครู-ศิษย์          
ข. สามี-ภรรยา
  
ค. นาย-บ่าว                       
ง. พ่อแม่-ลูก
๔๒. การไม่หลอกลวงเพื่อนทั้งต่อหน้าและลับหลัง เป็นสัจจะข้อใด ?
ก. ความเที่ยงธรรม           
ข. ความซื่อตรง

ค. ความกตัญญู  
ง. ความภักดี
๔๓. การให้ตำแหน่งด้วยความยุติธรรม ปราศจากอคติ เป็นสัจจะข้อใด ?
ก. ความเที่ยงธรรม          
ข. ความซื่อตรง  
ค. ความกตัญญู  
ง. สวามิภักดิ์
๔๔. คนมีสัจจะในเรื่องความกตัญญู ตรงกับข้อใด ?
ก. รักพวกพ้อง   
ข. เลี้ยงพ่อแม่
   
ค. ภักดีนาย         
ง. รับใช้นาย
๔๕. สติสัมปชัญญะ เป็นคุณธรรมส่งเสริมให้ละเว้นการประพฤติใด ?
ก. กายทุจริต       
ข. วจีทุจริต                        
ค. มโนทุจริต      
ง. ถูกทุกข้อ

๔๖. ความมีสติสัมปชัญญะในโลกธรรม หมายถึงข้อใด ?
ก. รู้เท่าทันทุกข์                
ข. รู้เท่าทันภัย     
ค. รู้เท่าทันสื่อ    
ง. รู้เท่าทันคน
๔๗. การใช้จ่ายแต่พอเพียงตามความจําเป็น ชื่อว่ามีสติในเรื่องใด ?
ก. การบริโภค     
ข. การประพฤติตัว           
ค. การระวังตัว   
ง. การทำงาน
๔๘. ความมีสติสัมปชัญญะไม่เกียจคร้านในการงาน หมายถึงข้อใด ?
ก. ขยันทำกิน     
ข. หมิ่นเงินน้อย
ค. คอยวาสนา    
ง. ลางานบ่อย
๔๙. ศีลธรรมทำให้คนเราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ คําว่า ธรรม หมายถึงข้อใด ?
ก. เบญจศีล         
ข. เบญจธรรม
   
ค. วัฒนธรรม     
ง. โลกธรรม
๕๐. การประพฤติตามหลักเบญจธรรม ทำให้ตนเองปลอดภัยจากอะไร ?
ก. โรคภัย            
ข. โจรภัย            
ค. เวรภัย             
ง. ถูกทุกข้อ