ธรรมศึกษา เอก ประถม พ.ศ. ๒๕๖๘

ธรรมศึกษา ชั้นเอก

ปัญหา วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม

ระดับประถมศึกษา

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

มาตา มิตฺตํ สเก ฆเร.
มารดาเป็นมิตรในเรือนของตน.

คัมภีร์ที่มา : สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (สํ. ส.)

แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล โดยใช้สุภาษิตที่สนามหลวงแผนกธรรมกำหนดมาให้ จำนวน ๖ สุภาษิตข้างล่างนี้ มาประกอบอ้างอิงเพียง ๓ สุภาษิต และสุภาษิตที่อ้างมานั้น ควรอธิบายเชื่อมความให้สมกับเรื่องในกระทู้ตั้ง

ในชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในกระดาษใบตอบตั้งแต่ ๓ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป

——————-

ให้เวลา ๓ ชั่วโมง

สพฺพตฺถ ปูชิโต โหติ       มิตฺตานํ น ทุพฺภติ.
ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง.
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต (ขุ. ชา. นวก.)
มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก.
ผู้ประทุษร้ายมิตร เป็นคนเลวแท้.
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต (ขุ. ชา. ทสก.)
นตฺถิ พาเล สหายตา.
ความเป็นสหาย ไม่มีในคนพาล.
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ. ธ.)
วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ.
คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร.
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย สุตตนิบาต (ขุ. สุ.)
อชฺเชว กิจฺจมาตปฺปํ.
ควรรีบทำความเพียรในวันนี้.
คัมภีร์ที่มา : มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ (ม. อุ.)
สติมโต สทา ภทฺทํ.
คนผู้มีสติ มีความเจริญทุกเมื่อ.
คัมภีร์ที่มา : สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (สํ. ส.)


ธรรมศึกษา ชั้นเอก

ปัญหาและเฉลย วิชา ธรรม

ระดับประถมศึกษา

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

๑. กรรมที่ให้ผลไม่มีระหว่าง เรียกว่าอะไร ?
ก. อนันตริยกรรม             
ข. ชนกกรรม                    
ค. ลหุกรรม                       
ง. อโหสิกรรม
๒. กรรมใดห้ามสวรรค์ห้ามนิพพาน ?
ก. อโหสิกรรม                  
ข. ชนกกรรม                    
ค. พหุลกรรม     
ง. อนันตริยกรรม

๓. สัทธาความเชื่อ ในเวสารัชชกรณธรรม หมายถึงเชื่อในเรื่องอะไร ?
ก.กรรม               
ข.ผลของกรรม   
ค. พระปัญญาตรัสรู้                        
ง. ถูกทุกข้อ

๔. เมื่อมีศรัทธาต้องมีธรรมใดกำกับ จึงจะไม่เชื่องมงาย ?
ก. ศีล                  
ข. ปัญญา
                         
ค. พาหุสัจจะ                     
ง. วิริยารัมภะ
๕. วิธีใด ทำให้เกิดพาหุสัจจะ ?
ก. เรียนจากครู   
ข. ดูจากตํารา      
ค. สดับเทศนา    
ง. ถูกทุกข้อ
๖. ได้รู้เรื่องใหม่ เข้าใจเรื่องเก่า บรรเทาสงสัย เป็นอานิสงส์ของอะไร ?
ก. ให้ทาน           
ข. รักษาศีล                        
ค. ฟังธรรม
                      
ง. ถูกทุกข้อ
๗. ความระลึกได้ เป็นความหมายของพลธรรมใด ?
ก. วิริยะ                             
ข. สติ
                 
ค. สมาธิ              
ง. ปัญญา
๘. ความตั้งใจมั่น เป็นความหมายของพลธรรมใด ?
ก. วิริยะ                             
ข. สติ    
ค. สมาธิ
             
ง. ปัญญา
๙. ข้อใด ไม่ใช่เบญจขันธ์ ?
ก. รูป                  
ข. เวทนา            
ค. สัญญา            
ง. ปัญญา

๑๐. อะไร เรียกว่ารูปขันธ์ ?
ก. ดิน น้ำ ไฟ ลม              
ข. ฟิสิกส์            
ค. เคมีวิทยา                       
ง. วิญญาณ
๑๑. ความรู้สึกเป็นสุขหรือเป็นทุกข์เป็นขันธ์ใด ?
ก. รูปขันธ์          
ข. เวทนาขันธ์
   
ค. สัญญาขันธ์    
ง. สังขารขันธ์
๑๒. ความจําได้หมายรู้ เป็นขันธ์ใด ?
ก. รูปขันธ์          
ข. เวทนาขันธ์    
ค. สัญญาขันธ์
   
ง. สังขารขันธ์
๑๓. อารมณ์ที่ปรุงแต่งจิตให้คิดดีหรือชั่ว เป็นขันธ์ใด ?
ก. รูปขันธ์          
ข. เวทนาขันธ์    
ค. สัญญาขันธ์    
ง. สังขารขันธ์

๑๔. ความรู้แจ้งอารมณ์เมื่อตาเห็นรูป เป็นขันธ์ใด ?
ก. เวทนาขันธ์    
ข. สัญญาขันธ์    
ค. สังขารขันธ์    
ง. วิญญาณขันธ์

๑๕. หูได้ยินเสียง เกิดวิญญาณอะไร ?
ก. จักขุวิญญาณ  
ข. โสตวิญญาณ
  
ค. ฆานวิญญาณ
ง. ชิวหาวิญญาณ
๑๖. วิญญาณขันธ์ คนไทยบางส่วนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นอะไร ?
ก. ผีบ้านผีเรือน                 
ข. ผีปอบ             
ค. ผีกระสือ                       
ง. ถูกทุกข้อ

๑๗. วิญญาณขันธ์เกิดขึ้นได้ทางใด ?
ก. ตา หู               
ข. จมูก ลิ้น                        
ค. กาย ใจ                          
ง. ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

๑๘. การกราบไหว้สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล เป็นการแสดงความเคารพอะไร ?
ก. พระพุทธ       
ข. พระธรรม                     
ค. พระสงฆ์                       
ง. เทพเจ้า
๑๙. การรักษาและปฏิบัติตามพระไตรปิฎก จัดเป็นความเคารพในอะไร ?
ก. พระพุทธ        
ข. พระธรรม
                    
ค. พระสงฆ์                       
ง. ปฏิสันถาร
๒๐. ข้อใด เป็นการแสดงความเคารพในพระสงฆ์ ?
ก. ใส่บาตร                        
ข. ไม่ใส่ร้าย       
ค. ไม่ทำคอนเทนต์ล้อเลียน           
ง. ถูกทุกข้อ

๒๑. การปฏิบัติตามหลักสาราณิยธรรม ทำให้เกิดผลเช่นใดในสังคม ?
ก. ความซื่อสัตย์
ข. ความสามัคคี

ค. ความกตัญญู  
ง. ความมีเมตตา
๒๒. เมตตาในสาราณิยธรรม ๖ แสดงออกทางใดได้บ้าง ?
ก. ทางกาย          
ข. ทางวาจา                       
ค. ทางใจ            
ง. ถูกทุกข้อ

๒๓. การแจกถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยการสู้รบ จัดเข้าในสาราณิยธรรมใด ?
ก. เมตตากายกรรม           
ข. เมตตาวจีกรรม             
ค. เมตตามโนกรรม          
ง. ถูกทุกข้อ
๒๔. การโพสต์ให้กําลังใจทหารแนวหน้า จัดเข้าในสาราณิยธรรมใด ?
ก. เมตตากายกรรม           
ข. เมตตาวจีกรรม
           
ค. เมตตามโนกรรม          
ง. ถูกทุกข้อ
๒๕. ข้อใด เป็นเหตุให้เกิดสาราณิยธรรมข้ออื่น ๆ ?
ก. เมตตากายกรรม           
ข. เมตตาวจีกรรม             
ค. เมตตามโนกรรม
         
ง. ถูกทุกข้อ


๒๖. สีลสามัญญตา ช่วยให้บุคคลในสังคมมีความเสมอภาคในเรื่องใด ?
ก. กฎหมาย        
ข. ระเบียบ                         
ค. วินัย  
ง. ถูกทุกข้อ

๒๗. ทิฏฐิสามัญญตา ช่วยให้บุคคลในสังคมมีความเห็นตรงกันในเรื่องใด ?
ก. สิทธิเสรีภาพ  
ข. การศึกษา                      
ค. การอาชีพ       
ง. ถูกทุกข้อ
๒๘. อริยทรัพย์ แปลว่าอะไร ?
ก. ทรัพย์สิน       
ข. เงิน   
ค. ทอง  
ง. ทรัพย์อันประเสริฐ

๒๙. บุคคลที่รักษากายวาจาให้เรียบร้อย จัดได้ว่า มีอริยทรัพย์ใด ?
ก. ศรัทธา            
ข. ศีล
                 
ค. หิริ                  
ง. โอตตัปปะ
๓๐. บุคคลที่ละอายต่อบาปทุจริตไม่ทำชั่ว จัดได้ว่ามีอริยทรัพย์ใด ?
ก. ศรัทธา            
ข. ศีล                  
ค. หิริ
                 
ง. โอตตัปปะ
๓๑. คนที่เกรงกลัวต่อบาปไม่ทำชั่ว จัดได้ว่ามีอริยทรัพย์ใด ?
ก. ศรัทธา            
ข. ศีล                  
ค. หิริ                  
ง. โอตตัปปะ

๓๒. สัปปุริสธรรม แปลว่าอะไร ?
ก. ธรรมคณุ        
ข. ธรรมชาติ                      
ค. ธรรมบท                       
ง. ธรรมของสัตบุรุษ

๓๓. จะเป็นคนรู้จักเหตุ ต้องศึกษาข้อธรรมใด ?
ก. ธัมมัญญุตา    
ข. อัตถัญญุตา     
ค. อัตตัญญุตา     
ง. มัตตัญญุตา
๓๔. จะเป็นคนรู้จักผล ต้องศึกษาข้อธรรมใด ?
ก. ธัมมัญญุตา    
ข. อัตถัญญุตา
   
ค. อัตตัญญุตา     
ง. มัตตัญญุตา
๓๕. จะเป็นคนรู้จักตน ต้องศึกษาข้อธรรมใด ?
ก. ธัมมัญญุตา    
ข. อัตถัญญุตา     
ค. อัตตัญญุตา
   
ง. มัตตัญญุตา
๓๖. จะเป็นคนรู้จักประมาณ ต้องศึกษาข้อธรรมใด ?
ก. ธัมมัญญุตา    
ข. อัตถัญญุตา     
ค. อัตตัญญุตา     
ง. มัตตัญญุตา

๓๗. จะเป็นคนรู้จักกาลเทศะ ต้องศึกษาข้อธรรมใด ?
ก. ธัมมัญญุตา    
ข. อัตถัญญุตา     
ค. อัตตัญญุตา     
ง. กาลัญญุตา

๓๘. ธรรมที่ครอบงำสัตว์โลก เรียกว่าอะไร ?
ก. โลกธรรม       
ข. สาราณิยธรรม              
ค.อปริหานิยธรรม            
ง. สัปปุริสธรรม
๓๙. เมื่อถูกโลกธรรมครอบงำ ควรปฏิบัติอย่างไร ?
ก. สวดมนต์       
ข. เสริมดวง                      
ค. ไม่ยินดียินร้าย
             
ง. สะเดาะเคราะห์
๔๐. โลกธรรมไม่เกิดขึ้นแก่ใคร ?
ก. อริยบุคคล      
ข. ปุถุชน                           
ค. สามัญชน                      
ง. ไม่มีข้อถูก

๔๑. โลกธรรมใด เป็นที่ปรารถนาของบุคคลในสังคม ?
ก. ลาภ                
ข. ยศ                   
ค. สรรเสริญ                     
ง. ถูกทุกข้อ

๔๒. ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์เรียกว่าอะไร ?
ก. มรรค ๘         
ข. โลกธรรม ๘  
ค. อคติ ๔           
ง. อกุศลมูล ๓
๔๓. สัมมาทิฏฐิความเห็นชอบ หมายถึงเห็นชอบในเรื่องใด ?
ก. อริยสัจ ๔       
ข. มรรค ๔                        
ค. ผล ๔              
ง. ถูกทุกข้อ
๔๔. สัมมาสังกัปปะ ความดําริชอบ หมายถึงดําริชอบในเรื่องใด ?
ก. ออกจากกาม  
ข. ไม่พยาบาท    
ค. ไม่เบียดเบียน
ง. ถูกทุกข้อ

๔๕. สัมมาวาจา การเจรจาชอบ ต้องเว้นจากอะไร ?
ก. กายทุจริต       
ข. วจีทุจริต
                      
ค. มโนทุจริต      
ง. อกุศลทุจริต
๔๖. สัมมากัมมันตะ การงานชอบ ต้องเว้นจากอะไร ?
ก. ลักทรัพย์        
ข. พยาบาท                       
ค. พูดส่อเสียด    
ง. พูดเพ้อเจ้อ
๔๗. สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีพชอบ ต้องมีความสุจริตในเรื่องใด ?
ก. การดําริ          
ข. การอาชีพ
                    
ค. การเจรจา                      
ง. การปราศรัย
๔๘. สัมมาวายามะ ความพยายามชอบ หมายถึงพยายามในเรื่องใด ?
ก. ระวังอกุศล    
ข. ละอกุศล                       
ค. บําเพ็ญกุศล    
ง. ถูกทุกข้อ

๔๙. สัมมาสติ ความระลึกชอบ หมายถึงระลึกในเรื่องใด ?
ก. สติปัฏฐาน ๔
ข. ปธาน ๔         
ค. อิทธิบาท ๔   
ง. จักร ๔
๕๐. สัมมาสมาธิ ความตั้งใจชอบ หมายถึงความตั้งใจชอบในเรื่องใด ?
ก. ฌาน ๔           
ข. ปธาน ๔                        
ค. อิทธิบาท ๔   
ง. จักร ๔


ธรรมศึกษา ชั้นเอก

ปัญหาและเฉลย วิชา อนุพุทธประวัติ

ระดับประถมศึกษา

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

๑. พระมหากัสสปะมีชื่อเดิมว่าอะไร ?
ก. อุปติสสะ       
ข. ปิปผลิ
           
ค. โกลิตะ           
ง. ยสะ
๒. ภรรยาของปิปผลิมานพ มีชื่อว่าอะไร ?
ก. ภัททกาปิลานี
ข. ปชาบดี           
ค. วิสาขา            
ง. อุตตรา
๓. พระมหากัสสปะเป็นพระอรหันต์หลังจากอุปสมบทได้กี่วัน ?
ก. ๗ วัน              
ข. ๘ วัน
             
ค. ๙ วัน              
ง. ๑๐ วัน
๔. พระพุทธเจ้าประชุมสงฆ์ครั้งใหญ่ที่วัดเวฬุวันหลังจากตรัสรู้ได้กี่เดือน ?
ก. ๗ เดือน          
ข. ๘ เดือน          
ค. ๙ เดือน
          
ง. ๑๐ เดือน
๕. วันจาตุรงคสันนิบาต ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนใด ?
ก. เดือน ๓          
ข. เดือน ๖          
ค. เดือน ๘          
ง. เดือน ๑๒
๖. ข้อใด เป็นเนื้อหาสำคัญของโอวาทปาฏิโมกข์?
ก. ไม่ทำบาป      
ข. ทำความดี                     
ค. ทำใจให้ผ่องใส            
ง. ถูกทุกข้อ

๗. พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุพักอาศัยในเสนาสนะกี่ชนิด ?
ก. ๓ ชนิด           
ข. ๔ ชนิด           
ค. ๕ ชนิด
          
ง. ๖ ชนิด
๘. คูหา หมายถึงสถานที่ใด ?
ก. ถ้ำ     
ข. เพิงหมาแหงน              
ค. เรือนมีหลังคา               
ง. เรือนมียอด
๙. ราชคหกเศรษฐีสร้างวิหารถวายพระสงฆ์จำนวนกี่หลัง ?
ก. ๔๐ หลัง         
ข. ๕๐ หลัง                        
ค. ๖๐ หลัง
                        
ง. ๗๐ หลัง
๑๐. ราธพราหมณ์ มาขออาศัยอยู่ในวัดเวฬุวันเพราะเหตุใด ?
ก. ถูกทอดทิ้ง     
ข. เร่ร่อน                           
ค.อดอยาก                         
ง. ไม่มีที่พึ่ง
๑๑. พระเถระรูปใด เป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้ราธพราหมณ์?
ก. โกณฑัญญะ   
ข. มหากัสสปะ  
ค. สารีบุตร
                       
ง. โมคคัลลานะ
๑๒. บิดาของสิงคาลกมาณพ สอนให้บุตรชายไหว้อะไร ?
ก. เทพเจ้า           
ข. รุกขเทวดา     
ค. ทิศหก
                          
ง. นางไม้
๑๓. การไหว้ทิศตะวันออก พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้ไหว้บุคคลใด ?
ก. มารดาบิดา     
ข. ครูอาจารย์      
ค. มิตรสหาย                     
ง. สมณพราหมณ์
๑๔. การไหว้ทิศใต้พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้ไหว้บุคคลใด ?
ก. มารดาบิดา     
ข. ครูอาจารย์
    
ค. มิตรสหาย                     
ง. สมณพราหมณ์
๑๕. สุนิธพราหมณ์และวัสสการพราหมณ์ ควบคุมการสร้างพระนครใด ?
ก. ปาฏลีบุตร      
ข. พาราณสี                       
ค. ไพศาลี                          
ง. สาวัตถี
๑๖. วัสสการพราหมณ์ได้รับการแนะนําการทำเทวตาพลีจากใคร ?
ก. พราหมณ์       
ข. นิครนถ์                         
ค. ชีวก                
ง. พระพุทธเจ้า

๑๗. พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าเมืองปาฏลีบุตรจะเกิดภยันตรายใด ?
ก. ไฟไหม้          
ข. น้ำท่วม                          
ค.แตกความสามัคคี           
ง. ถูกทุกข้อ

๑๘. ราชทูตผู้ทูลเชิญพระพุทธเจ้าเสด็จกลับกรุงกบิลพัสดุ์ได้สำเร็จ คือใคร ?
ก. กาฬุทายี        
ข. ฉันนะ                           
ค. อานนท์                         
ง. อุบาลี
๑๙. กาฬุทายีอำมาตย์ บรรลุอรหัตตผล ณ สถานที่ใด ?
ก. วัดเชตวัน       
ข. วัดอัมพวัน     
ค. วัดเวฬุวัน
                    
ง. วัดชีวกัมพวัน
๒๐. พระพุทธเจ้าเสด็จจากกรุงราชคฤห์ถึงกรุงกบิลพัสดุ์ มีกำหนดกี่เดือน ?
ก. ๒ เดือน          
ข. ๓ เดือน                         
ค. ๔ เดือน                         
ง. ๕ เดือน
๒๑. พระพุทธเจ้าเสด็จมากรุงกบิลพัสดุ์ประทับอยู่ ณ อารามใด ?
ก. เชตวนาราม   
ข. เวฬุวนาราม   
ค. นิโครธาราม
  
ง. บุพพาราม
๒๒. พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่องกินนรีชาดกแก่ใคร ?
ก. พระนางพิมพา             
ข. พระนางปชาบดี           
ค. นางวิสาขา     
ง. นางอุตตรา
๒๓. เจ้าชายนันทะทรงอภิเษกสมรสกับใคร ?
ก. พิมพา             
ข. ปชาบดี                         
ค. ชนบทกัลยาณี
             
ง. มัลลิกา
๒๔. พระพุทธเจ้าทรงดําริให้ราหุลกุมารเป็นเจ้าของทรัพย์ประเภทใด ?
ก. สังหาริมทรัพย์             
ข. อสังหาริมทรัพย์           
ค. โลกิยทรัพย์    
ง. โลกุตรทรัพย์

๒๕. สามเณรรูปแรกในพระพุทธศาสนา ชื่อว่าอะไร ?
ก. ราหุล                             
ข. สังกิจจะ                        
ค. กุมารกัสสปะ
ง. สุมนะ

๒๖. สามเณรราหุลบรรพชาขณะมีอายุเท่าไร ?
ก. ๗ ปี                
ข. ๘ ปี  
ค. ๙ ปี  
ง. ๑๐ ปี
๒๗. พระพุทธเจ้าเสด็จประทับอยู่กรุงกบิลพัสดุ์กี่วัน ?
ก. ๗ วัน                             
ข. ๘ วัน              
ค. ๙ วัน               
ง. ๑๐ วัน
๒๘. กษัตริย์พระองค์ใด ปกครองแคว้นโกศล ?
ก. สุทโธทนะ     
ข. พิมพิสาร                       
ค. อชาตศัตรู                     
ง. ปเสนทิโกศล

๒๙. สุทัตตะ เป็นชื่อของเศรษฐีท่านใด ?
ก. อนาถบิณฑิกะ              
ข. โฆสกะ          
ค. เมณฑกะ        
ง. โชติกะ
๓๐. อนาถบิณฑิกะ ได้ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าครั้งแรก ณ เมืองใด ?
ก. วัชชี                
ข. สาวัตถี           
ค. ราชคฤห์
                      
ง. โกสัมพี
๓๑. วัดใด ที่อนาถบิณฑิกะสร้างถวายพระพุทธเจ้า ?
ก. เวฬุวัน            
ข. อัมพวัน          
ค. เชตวัน
                         
ง. บุพพาราม
๓๒. พระพุทธเจ้าทรงจำพรรษาที่วัดเชตวันรวมทั้งหมดกี่พรรษา ?
ก. ๑๕ พรรษา    
ข. ๑๙ พรรษา
    
ค. ๒๕ พรรษา   
ง. ๓๐ พรรษา
๓๓. นางคณิกาผู้เป็นเจ้าของป่ามะม่วง มีชื่อว่าอะไร ?
ก. วิมลา              
ข.อัฑฒกาสี                       
ค.อภัยมาตา                       
ง. อัมพปาลี

๓๔. วัดสุดท้ายในพระพุทธศาสนาก่อนพระพุทธเจ้าปรินิพพานชื่อว่าอะไร ?
ก. อัมพปาลี        
ข. เชตวัน                           
ค. เวฬุวัน                           
ง. บุพพาราม
๓๕. พระพุทธเจ้าทรงจำพรรษาสุดท้าย ณ แคว้นใด ?
ก. มคธ                              
ข. วัชชี
 
ค. โกศล              
ง. มัลละ
๓๖. พระพุทธเจ้าทรงปลงอายุสังขาร ณ สถานที่ใด ?
ก. รัตนฆรเจดีย์  
ข. อุทเทสิกเจดีย์
ค. อานันทเจดีย์  
ง. ปาวาลเจดีย์

๓๗. อริยธรรม ๔ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ ทรงแสดง ณ สถานที่ใด ?
ก. หัตถีคาม        
ข. ภัณฑุคาม      
              
ค. อัมพคาม                       
ง. ถูนคาม
๓๘. พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่องมหาปเทส ๔ ณ สถานที่ใด ?
ก. อานันทเจดีย์  
ข. รัตนฆรเจดีย์  
ค. อุทเทสิกเจดีย์
ง. ปาวาลเจดีย์
๓๙. สวนมะม่วงของนายจุนทะ อยู่ในเมืองใด ?
ก. ราชคฤห์         
ข. พาราณสี                       
ค. ปาวา
              
ง. กบิลพัสดุ์
๔๐. ผู้ใด ถวายสูกรมัททวะแด่พระพุทธเจ้า ?
ก. นายจุนทะ      
ข. อนาถบิณฑิกเศรษฐี     
ค. นางวิสาขา     
ง. นางสุชาดา
๔๑. พระพุทธเจ้าเสวยสูกรมัททวะแล้ว มีพระอาการอย่างไร ?
ก.อาพาธรุนแรง
ข. ประชวรลงพระโลหิต
ค. เกิดทุกขเวทนา             
ง. ถูกทุกข้อ

๔๒. พระพุทธเจ้าทรงแสดงเรื่องสันติวิหารธรรมแก่ใคร ?
ก. ตปุสสะ          
ข. ภัลลิกะ           
ค. โสตถิยะ         
ง. ปุกกุสะ

๔๓. เมืองกุสาวดี ปัจจุบันหมายถึงเมืองอะไร ?
ก. พาราณสี        
ข. ราชคฤห์         
ค. กุสินารา
        
ง. กบิลพัสดุ์
๔๔. พระเถระใด เป็นพระอรหันต์องค์สุดท้ายที่ทันเห็นพระพุทธเจ้า ?
ก. พระสุภัททะ  
ข. พระอานนท์   
ค. พระนันทะ     
ง. พระอนุรุทธะ
๔๕. สาลวโนทยาน อยู่ในเมืองใด ?
ก. พาราณสี        
ข. ราชคฤห์                       
ค. กุสินารา
                       
ง. กบิลพัสดุ์
๔๖. พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ขณะพระชนมายุเท่าไร ?
ก. ๖๐ ปี              
ข. ๘๐ ปี
                           
ค. ๑๐๐ ปี                          
ง. ๑๒๐ ปี
๔๗. สถานที่ใด เป็นที่ถวายพระเพลิงพุทธสรีระ ?
ก. มกุฏพันธนเจดีย์          
ข. อามิสเจดีย์     
ค. ธัมมเจดีย์       
ง. ปาวาลเจดีย์
๔๘. โทณพราหมณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุเป็นกี่ส่วน ?
ก. ๗ ส่วน           
ข. ๘ ส่วน
          
ค. ๙ ส่วน            
ง. ๑๐ ส่วน
๔๙. หลังแบ่งพระบรมสารีริกธาตุไม่นาน มีพระสถูปรวมกี่แห่ง ?
ก. ๗ แห่ง           
ข. ๘ แห่ง            
ค. ๙ แห่ง            
ง. ๑๐ แห่ง

๕๐. สังเวชนียสถาน มีกี่ตำบล ?
ก. ๔ ตำบล         
ข. ๕ ตำบล         
ค. ๖ ตำบล          
ง. ๗ ตำบล


ธรรมศึกษา ชั้นเอก

ปัญหาและเฉลย วิชา กรรมบถ (วินัย)

ระดับประถมศึกษา

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

๑. พุทธศาสนิกชนควรเชื่อเรื่องใด ?
ก. พญานาค        
ข. ไสยศาสตร์    
ค. สิ่งศักดิ์สิทธิ์   
ง. กรรม

๒. การกระทำอันจะนําตัวเราไปสู่นรกหรือสวรรค์ เรียกว่าอะไร ?
ก. กรรมบถ        
ข. ศีล                                 
ค. สมาธิ                            
ง. ปัญญา
๓. ผลเกิดจากการทำดีหรือทำชั่วของมนุษย์ เรียกว่าอะไร ?
ก. บาปกรรม      
ข. บุญกรรม                      
ค. วิบากกรรม
   
ง. กุศลกรรม
๔. มนุษย์สามารถทำความดีหรือความชั่วทางใด ?
ก. กาย                 
ข. วาจา
ค. ใจ                   
ง. ถูกทุกข้อ

๕. อกุศลกรรมบถ คือกรรมฝ่ายชั่ว ได้แก่ข้อใด ?
ก. ฆ่าสัตว์           
ข. พูดจริง           
ค. ทำจริง            
ง. จริงใจ
๖. คนประพฤติกุศลกรรมบถ ควรพูดแต่คําเช่นใด ?
ก. คําเท็จ             
ข. คําสุภาพ
       
ค. คําหยาบ         
ง. คําให้ร้าย
๗. อะไรเป็นต้นเหตุให้คนทำความชั่ว ?
ก. โลภ                
ข. โกรธ              
ค. หลง
ง. ถูกทุกข้อ
๘. คนทำความชั่ว ย่อมได้รับผลตอบแทนอย่างไร ?
ก. ความสุข         
ข. ความทุกข์
     
ค. ความร่ำรวย   
ง. ความเด่นดัง
๙. การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต นับเข้าในกรรมใด ?
ก. กายกรรม       
ข. วจีกรรม                        
ค. มโนกรรม                     
ง. ถูกทุกข้อ
๑๐. การพูดดีหรือพูดชั่ว นับเข้าในกรรมใด ?
ก. กายกรรม       
ข. วจีกรรม
                       
ค. มโนกรรม                     
ง. ถูกทุกข้อ
๑๑. ในปาณาติบาต ห้ามฆ่าสัตว์ชนิดใด ?
ก. นก                  
ข. สัตว์บก                         
ค. สัตว์น้ำ                          
ง. ถูกทุกข้อ

๑๒. ในปาณาติบาตกล่าวว่า ฆ่าใครเป็นบาปหนักที่สุด ?
ก. พ่อแม่             
ข. พี่                    
ค. น้อง  
ง. เพื่อน
๑๓. ผลกรรมของปาณาติบาต คือข้อใด ?
ก. ถูกยึดทรัพย์   
ข. ถูกทำร้าย
                     
ค. ถูกนินทา        
ง. ถูกใส่ร้าย
๑๔. คําว่า อทินนาทาน หมายถึงข้อใด ?
ก. พูดปด            
ข. สูบกัญชา                      
ค. ลักทรัพย์
       
ง. พยาบาท
๑๕. ของชนิดใด ไม่นับเข้าในอทินนาทาน ?
ก. ของส่วนตัว   
ข. ของพ่อแม่      
ค. ของครู            
ง. ของเพื่อน
๑๖. อทินนาทานเป็นบาปมาก เพราะขโมยของมีราคามาก ได้แก่ข้อใด ?
ก. สร้อยเงิน       
ข. สร้อยทอง      
ค. สร้อยเพชร
   
ง. สร้อยนาก
๑๗. กาเมสุมิจฉาจาร คือการประพฤติผิดเรื่องใด ?
ก. เล่นเกมส์        
ข. หนีเรียน                        
ค. มีเพศสัมพันธ์
             
ง. ติดเพื่อน
๑๘. คนประพฤติกาเมสุมิจฉาจาร มักมีนิสัยเช่นไร ?
ก. นักเลง            
ข. ดื้อรั้น             
ค. ขี้เกียจ             
ง. เจ้าชู้

๑๙. ผลกรรมของกาเมสุมิจฉาจาร คือข้อใด ?
ก. มีโรคมาก       
ข. มีศัตรูมาก
     
ค. ถูกโกง            
ง. คนไม่เชื่อถือ
๒๐. ข่าวปลอมที่เผยแพร่ให้สังคมเข้าใจผิด ตรงกับข้อใด ?
ก. มุสาวาท         
ข. ปาณาติบาต   
ค. อทินนาทาน  
ง. กาเมสุมิจฉาจาร
๒๑. แก๊งคอลเซ็นเตอร์ก่อความเสียหายแก่เจ้าของทรัพย์ด้วยวิธีใด ?
ก. ปล้น                              
ข. โกหก
             
ค. วิ่งราว             
ง. ฉกชิง
๒๒. ความเชื่อว่า ด่าพ่อแม่ปากจะเท่ารูเข็ม คือผลกรรมของข้อใด ?
ก. มุสาวาท         
ข. ปิสุณวาจา      
ค. ผรุสวาจา
      
ง. สัมผัปปลาปะ
๒๓. พูดยุยงเพื่อนให้ทะเลาะกัน เป็นความผิดข้อใด ?
ก. มุสาวาท         
ข. ปิสุณวาจา
     
ค. ผรุสวาจา        
ง. สัมผัปปลาปะ
๒๔. พูดให้ร้ายผู้มีพระคุณ เช่น พ่อแม่ ครู ได้รับผลกรรมใด ?
ก. สัตว์นรก        
ข. เปรต               
ค. อสุรกาย         
ง. ถูกทุกข้อ

๒๕. นักเรียนควรพูดแต่คําสุภาพ ไม่ควรพูดคําใด ?
ก. อ่อนโยน        
ข. ไพเราะ           
ค. หยาบคาย
     
ง. น่ารัก

๒๖. คําพูดใด เป็นคําหยาบคาย ?
ก. ด่า     
ข. ประชด           
ค. แดกดัน          
ง. ถูกทุกข้อ

๒๗. คําพูดใด ตรงกันข้ามกับคําหยาบคาย ?
ก. คําโกหก         
ข. คําสุภาพ
                      
ค. คําโป้ปด                       
ง. คําเท็จ
๒๘. ได้ยินแต่คําหยาบคาย เป็นผลของอกุศลกรรมบถใด ?
ก. มุสาวาท         
ข. ปิสุณวาจา      
ค. ผรุสวาจา
                     
ง. สัมผัปปลาปะ
๒๙. พูดเพ้อเจ้อ ได้แก่การพูดเช่นไร ?
ก. พูดเหลวไหล
ข. พูดโกหก                      
ค. พูดประชด     
ง. พูดสอพลอ
๓๐. พูดเพ้อเจ้อ เป็นกรรมประเภทใด ?
ก. กายกรรม       
ข. วจีกรรม
                       
ค. มโนกรรม                     
ง. ถูกทุกข้อ
๓๑. คําว่า ปากพล่อย ใช้กับคนเช่นไร ?
ก. มักโกหก        
ข. มักโมโห                       
ค. เพ้อเจ้อ
                        
ง. เอาแต่ใจ
๓๒. มโนทุจริต คือความชั่วทางใจ ได้แก่ข้อใด ?
ก. โลภมาก         
ข. พยาบาท                        
ค. เห็นผิด                          
ง. ถูกทุกข้อ

๓๓. มโนสุจริต คือความดีทางใจ ได้แก่ข้อใด ?
ก. ทำดี                
ข. พูดดี                              
ค. เห็นชอบ
                      
ง. ถูกทุกข้อ
๓๔. อภิชฌา หมายถึง จ้องจะขโมยแต่ของคนอื่น ได้แก่ข้อใด ?
ก. ละโมบ           
ข. อาฆาต                          
ค. จองเวร                          
ง. ลักขโมย
๓๕. อภิชฌา มีอาการเช่นไร ?
ก. หลงผิด           
ข. โมโหร้าย                      
ค. อยากได้
                       
ง. แก้แค้น
๓๖. อภิชฌา จัดเข้าในกิเลสข้อใด ?
ก. โลภะ              
ข. โทสะ                            
ค. โมหะ                            
ง. ถูกทุกข้อ
๓๗. ข้อใด ตรงกันข้ามกับอภิชฌา ?
ก. มิจฉาทิฏฐิ      
ข. พยาบาท                       
ค. อทินนาทาน  
ง. อนภิชฌา
๓๘. พยาบาท หมายถึงข้อใด ?
ก. ผูกมิตร           
ข. ผูกไมตรี                       
ค. ผูกใจเจ็บ
                      
ง. ผูกดวง
๓๙. คิดพยาบาท มีลักษณะตามข้อใด ?
ก. คิดผิด             
ข. คิดร้าย
                         
ค. คิดเลข                           
ง. คิดถึง
๔๐. พยาบาท เป็นอาการเกิดขึ้นทางใด ?
ก. กาย                 
ข. วาจา               
ค. ใจ
                  
ง. กายกับใจ
๔๑. ข้อใด เป็นผลกระทบจากการผูกพยาบาท ?
ก. จองเวร           
ข. ขอโทษ          
ค. ยกโทษ           
ง. ให้อภัย
๔๒. หากผูกพยาบาทใครไว้ ควรแก้ด้วยการนึกถึงเรื่องใด ?
ก. ความดี           
ข. บุญคุณ           
ค. ผลกรรม         
ง. ถูกทุกข้อ

๔๓. มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด เป็นอาการเกิดขึ้นทางใด ?
ก. ตา                   
ข. หู                    
ค. กาย  
ง. ใจ

๔๔. คําว่า เห็นผิด คือเห็นผิดจากข้อใด ?
ก. พ่อแม่             
ข. ครู    
ค. อาจารย์          
ง. คลองธรรม

๔๕. คนมีความเห็นผิด มีลักษณะไม่เชื่อเรื่องใด ?
ก. บุญ                 
ข. บาป  
ค. ผลกรรม         
ง. ถูกทุกข้อ

๔๖. มิจฉาทิฏฐิ ส่งผลให้ไปเกิดในที่ใด ?
ก. สวรรค์           
ข. อบายภูมิ
       
ค. โลกมนุษย์  
ง. พรหมโลก
๔๗. สัมมาทิฏฐิ ได้แก่ ความเห็นถูกต้องในเรื่องใด ?
ก. บุญ                 
ข. บาป  
ค. ผลกรรม         
ง. ถูกทุกข้อ

๔๘. ความเห็นข้อใด เป็นสัมมาทิฏฐิ ?
ก. ทำดีไม่ได้ดี    
ข. ทำชั่วไม่ได้ชั่ว              
ค. ลักขโมยไม่ดี
 
ง. ผลกรรมไม่มี
๔๙. สัมมาทิฏฐิ ให้มนุษย์สำเร็จเป็นอริยบุคคลสูงสุดตามข้อใด ?
ก. โสดาบัน        
ข. สกทาคามี      
ค. อนาคามี                        
ง. อรหันต์

๕๐. การตั้งใจทำความดี ส่งผลให้มนุษย์ไปเกิดที่ใด ?
ก. สุคติ                              
ข. ทุคติ               
ค. นรก                
ง. เปรต