ธรรมศึกษา โท มัธยม พ.ศ. ๒๕๖๘

ธรรมศึกษา ชั้นโท

ปัญหา วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม

ระดับมัธยมศึกษา

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

โย จ ปุพฺเพ ปมชฺชิตฺวา      ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ
โสมํ โลกํ ปภาเสติ       อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา.
เมื่อก่อนประมาท ภายหลังไม่ประมาท
เขาชื่อว่ายังโลกนี้ให้สว่าง เหมือนพระจันทร์
พ้นจากเมฆหมอกฉะนั้น.

คัมภีร์ที่มา : มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ (ม. ม.)

แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล โดยใช้สุภาษิตที่สนามหลวงแผนกธรรมกำหนดมาให้ จำนวน ๕ สุภาษิตข้างล่างนี้ มาประกอบอ้างอิงเพียง ๒ สุภาษิต และสุภาษิตที่อ้างมานั้น ควรอธิบายเชื่อมความให้สมกับเรื่องในกระทู้ตั้ง

ในชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในกระดาษใบตอบตั้งแต่ ๓ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป

——————-

ให้เวลา ๓ ชั่วโมง

  ยญฺหิ กิจฺจํ ตทปวิทฺธํ    อกิจฺจํ ปน กยิรติ
  อุนฺนฬานํ ปมตฺตานํ     เตสํ วฑฺฒนฺติ อาสวา.
คนทอดทิ้งกิจที่ควรทำ ไปทำกิจที่ไม่ควรทำ เมื่อเขาถือตัว มัวประมาท อาสวะย่อมเจริญ.
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ. ธ.)
   อปฺปเกนปิ เมธาวี       ปาภเฏน วิจกฺขโณ
   สมุฏฺฐาเปติ อตฺตานํ     อณุํ อคฺคึว สนฺธมํ.
ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด ย่อมตั้งตนได้ด้วยต้นทุนแม้น้อยเหมือนคนก้อไฟน้อยขึ้นฉะนั้น
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ชาดก เอกนิบาต (ขุ. ชา.เอก.)
  อโมฆํ ทิวสํ กยิรา      อปฺเปน พหุเกน วา
  ยํ ยํ วิวหเต รตฺติ       ตทูนนฺตสฺส ชีวิตํ.
ควรทำวันคืนไม่ให้เปล่า จากประโยชน์น้อยหรือมาก เพราะวันคืนผ่านบุคคลใดไป ชีวิตของบุคคลนั้น  ย่อมพร่องจากประโยชน์นั้น.
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย เถรคาถา (ขุ. เถร.)
   อุฏฺฐาตา กมฺมเธยฺเยสุ    อปฺปมตฺโต วิธานวา
   สมํ กปฺเปติ ชีวิตํ          สมฺภตํ อนุรกฺขติ.
ผู้ขยันในหน้าที่การงาน ไม่ประมาท เข้าใจจัดการ เลี้ยงชีวิตพอสมควร จึงรักษาทรัพย์ที่หามาได้.

คัมภีร์ที่มา : อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต (องฺ. อฏฺฐก.)
ปาปมิตฺเต วิวชฺเชตฺวา     ภเชยฺยุตฺตมปุคฺคเล.
โอวาเท จสฺส ติฏฺเฐยฺย    ปตฺเถนฺโต อจลํ สุขํ.
ผู้ปรารถนาความสุขที่มั่นคง พึงเว้นมิตรชั่วเสีย คบแต่บุคคลสูงสุด และพึงตั้งอยู่ในโอวาทของท่าน.
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย เถรคาถา (ขุ. เถร.)


ธรรมศึกษา ชั้นโท

ปัญหาและเฉลย วิชา ธรรม

ระดับมัธยมศึกษา

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

๑. ปิฎกใด มีลักษณะเป็นข้อห้ามหรือระเบียบปฏิบัติ ?
ก. วินัยปิฎก        
ข. สุตตันตปิฎก  
ค. อภิธรรมปิฎก
ง. ถูกทุกข้อ
๒. อนาคาริยวินัย หมายถึงวินัยของใคร ?
ก. สามเณร         
ข. ภิกษุ               
ค. ภิกษุณี                           
ง. ถูกทุกข้อ

๓. ปิฎกใด แสดงหลักธรรมล้วน ๆ ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือเหตุการณ์ ?
ก. วินัยปิฎก        
ข. สุตตันตปิฎก  
ค. อภิธรรมปิฎก
              
ง. ถูกทุกข้อ
๔. ใน ๔๕ พรรษา พระพุทธเจ้าทรงบําเพ็ญจริยาใดบ้าง ?
ก. โลกัตถจริยา  
ข. ญาตัตถจริยา  
ค. พุทธัตถจริยา
ง. ถูกทุกข้อ

๕. การเสด็จบิณฑบาต เป็นการบําเพ็ญพุทธจริยาใด ?
ก. โลกัตถจริยา   
ข. ญาตัตถจริยา  
ค. พุทธัตถจริยา
ง. ถูกทุกข้อ
๖. การแสดงธรรมโปรดพุทธบิดา เป็นการบําเพ็ญพุทธจริยาใด ?
ก. โลกัตถจริยา  
ข. ญาตัตถจริยา

ค. พุทธัตถจริยา
ง. ถูกทุกข้อ
๗. การบัญญัติสิกขาบท เป็นการบําเพ็ญพุทธจริยาใด ?
ก. โลกัตถจริยา  
ข. ญาตัตถจริยา  
ค. พุทธัตถจริยา

ง. ถูกทุกข้อ
๘. วัฏฏะ หมายถึงการหมุนเวียนด้วยอำนาจอะไร ?
ก. กิเลส              
ข. กรรม              
ค. วิบาก              
ง. ถูกทุกข้อ

๙. กิเลสวัฏฏะ เป็นกระแสส่งต่อให้เกิดวัฏฏะใด ?
ก. กิเลสวัฏฏะ    
ข. กัมมวัฏฏะ
    
ค. วิปากวัฏฏะ    
ง. ถูกทุกข้อ
๑๐. กัมมวัฏฏะ เป็นกระแสส่งต่อให้เกิดวัฏฏะใด ?
ก. กิเลสวัฏฏะ    
ข. กัมมวัฏฏะ     
ค. วิปากวัฏฏะ
  
ง. ถูกทุกข้อ
๑๑. ข้อใด จัดอยู่ในสิกขา ๓ ?
ก. อธิสีลสิกขา   
ข. อธิจิิตตสิกขา                
ค. อธิปัญญาสิกขา            
ง. ถูกทุกข้อ

๑๒. เว้นข้อที่ทรงห้ามทำตามข้ออนุญาต เป็นการปฏิบัติตามสิกขาใด ?
ก. อธิสิลสิกขา    
ข. อธิจิตตสิกขา
ค. อธิปัญญาสิกขา            
ง. ถูกทุกข้อ
๑๓. อยากบรรลุฌาน ต้องศึกษาสิกขาใด ?
ก. อธิสีลสิกขา   
ข. อธิจิตตสิกขา

ค. อธิปัญญาสิกขา            
ง. ถูกทุกข้อ
๑๔. จะกำหนดรู้ไตรลักษณ์ได้ตามพระพุทธประสงค์ ต้องศึกษาสิกขาใด ?
ก. อธิสีลสิกขา   
ข. อธิจิิตตสิกขา
ค. อธิปัญญาสิกขา
           
ง. ถูกทุกข้อ
๑๕. ข้อใด เป็นความเสมอภาคกันในบุคคลทุกชนชั้น ?
ก. อนิจจตา         
ข. ทุกขตา           
ค. อนัตตตา        
ง. ถูกทุกข้อ

๑๖. ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เที่ยงแท้แน่นอน จัดเป็นสามัญญลักษณะใด ?
ก. อนิจจตา         
ข. ทุกขตา           
ค. อนัตตตา        
ง. ถูกทุกข้อ
๑๗. อนัตตตา บ่งบอกให้รู้ถึงลักษณะใด ?
ก. ไม่เที่ยง          
ข. เป็นทุกข์                       
ค. ไม่ใช่ตัวตน
   
ง. ถูกทุกข้อ
๑๘. อปัสเสนธรรม พิจารณาแล้วควรทำอย่างไร ?
ก. บริโภค           
ข. อดกลั้น                         
ค. เว้นบรรเทา    
ง. ถูกทุกข้อ
๑๙. อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค พิจารณาแล้วควรทำอย่างไร ?
ก. บริโภค           
ข. อดกลั้น                         
ค. เว้น   
ง. บรรเทา
๒๐. ความหนาว ร้อน หิว กระหาย พิจารณาแล้วควรทำอย่างไร ?
ก. บริโภค           
ข. อดกลั้น
         
ค. เว้น   
ง. บรรเทา
๒๑. สิ่งเสพติด พิจารณาแล้วควรทำอย่างไร ?
ก. บริโภค           
ข. อดกลั้น          
ค. เว้น
  
ง. บรรเทา
๒๒. ผู้แรกถึงกระแสพระนิพพาน หมายถึงพระอริยบุคคลชั้นใด ?
ก. พระโสดาบัน
ข. พระสกทาคามี             
ค. พระอนาคามี
ง. พระอรหันต์
๒๓. พระอริยบุคคลชั้นไหน ต้องกลับมาเกิดในโลกมนุษย์อีกหนึ่งครั้ง ?
ก. พระโสดาบัน
ข. พระสกทาคามี
            
ค. พระอนาคามี
ง. พระอรหันต์
๒๔. พระอริยบุคคลตั้งแต่ชั้นไหน ไม่ต้องกลับมาเกิดในมนุษยโลก ?
ก. พระโสดาบัน
ข. พระสกทาคามี             
ค. พระอนาคามี

ง. ถูกทุกข้อ
๒๕. พระโสดาบัน ละสังโยชน์ใดได้ ?
ก. สักกายทิฏฐิ   
ข. วิจิกิจฉา                        
ค. สีลัพพตปรามาส          
ง. ถูกทุกข้อ

๒๖. พระสกทาคามี ทำสังโยชน์ใดให้เบาบาง ?
ก. ราคะ                             
ข. โทสะ             
ค. โมหะ             
ง. ถูกทุกข้อ

๒๗. สังโยชน์อาจเปรียบได้กับอะไร ?
ก. ความมืด         
ข. แสงสว่าง                      
ค. ประโยชน์ของแสงสว่าง            
ง. ถูกทุกข้อ
๒๘. เมื่อเปรียบสังโยชน์ได้แล้ว มรรคจึงเปรียบเสมือนอะไร ?
ก. ความมืด         
ข. แสงสว่าง
                     
ค. ประโยชน์ของแสงสว่าง            
ง. ถูกทุกข้อ
๒๙. เมื่อเปรียบมรรคได้แล้ว ผลจึงเปรียบเสมือนอะไร ?
ก. ความมืด         
ข. แสงสว่าง                      
ค. ประโยชน์ของแสงสว่าง
           
ง. ถูกทุกข้อ
๓๐. อนุปุพพิกถา เปรียบได้กับกิริยาอาการใด ?
ก. เดินทีละก้าว  
ข. กินข้าวทีละคํา              
ค. ขึ้นบันไดทีละขั้น                       
ง. ถูกทุกข้อ

๓๑. กถาใด ช่วยลดความเห็นแก่ตัวส่งเสริมการช่วยเหลือสังคม ?
ก. ทานกถา         
ข. สีลกถา                          
ค. สัคคกถา                       
ง. กามาทีนวกถา
๓๒. กถาใด แสดงสมบัติและคุณประโยชน์ที่ผู้ให้ทานรักษาศีลพึงจะได้รับ ?
ก. ทานกถา         
ข. สีลกถา                          
ค. สัคคกถา
                      
ง. กามาทีนวกถา
๓๓. กถาใด ป้องกันไม่ให้เกิดการประพฤติผิดในกาม ?
ก. ทานกถา         
ข. สีลกถา                          
ค. สัคคกถา                       
ง. กามาทีนวกถา

๓๔. มาร มีความหมายตรงกับข้อใด ?
ก. ขัดขวาง          
ข. ตัดรอน                         
ค. บั่นทอน                        
ง. ถูกทุกข้อ

๓๕. บุคคลถูกมารใดครอบงำ จึงทุจริตคอร์รัปชัน ?
ก. กิเลสมาร        
ข. ขันธมาร                       
ค. มัจจุมาร                        
ง. อภิสังขารมาร
๓๖. มารใด ที่ทำให้ผู้ปฏิบัติเข้าใจผิดว่าตนเองบรรลุธรรม ?
ก. กิเลสมาร        
ข. ขันธมาร                       
ค. มัจจุมาร                        
ง. อภิสังขารมาร

๓๗. ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์หมายถึงประโยชน์ในชาติไหน ?
ก. ชาติอดีต         
ข. ชาติปัจจุบัน
  
ค. ชาติหน้า                       
ง. ชาติต่อ ๆ ไป
๓๘. ข้อใด เป็นความหมายของอุฏฐานสัมปทา ?
ก. ขยันหา           
ข. รักษาดี                          
ค. มีกัลยาณมิตร
ง. เลี้ยงชีวิตพอเพียง
๓๙. คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล มีความหมายตรงกับข้อใด ?
ก. อุฏฐานสัมปทา             
ข. อารักขสัมปทา             
ค. กัลยาณมติตตา
            
ง. สมชีวิตา
๔๐. สมชีวิตาในทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ มีความหมายตรงกับข้อใด ?
ก. ทุนนิยม          
ข. บริโภคนิยม   
ค. หลักเศรษฐกิจพอเพียง
             
ง. ถูกทุกข้อ
๔๑. สัมปรายิกัตถประโยชน์หมายถึงประโยชน์ในชาติไหน ?
ก. ชาติอดีต         
ข. ชาติปัจจุบัน   
ค. ชาติหน้า
                      
ง. ถูกทุกข้อ
๔๒. เชื่อว่าทำกรรมสิ่งใดไว้ต้องได้รับผลของกรรมนั้น จัดเป็นสัมปทาใด ?
ก. สัทธาสัมปทา
ข. สีลสัมปทา     
ค. จาคสัมปทา    
ง. ปัญญาสัมปทา
๔๓. สัมปทาใด มีส่วนช่วยส่งเสริมให้คนในสังคมปฏิบัติตามกฎหมาย ?
ก. สัทธาสัมปทา
ข. สีลสัมปทา
    
ค. จาคสัมปทา    
ง. ปัญญาสัมปทา
๔๔. สัมปทาใด ชาวยให้เกิดความเอื้อเฟื้อช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม ?
ก. สัทธาสัมปทา
ข. สีลสัมปทา     
ค. จาคสัมปทา
  
ง. ปัญญาสัมปทา
๔๕. สัมปทาใด ป้องกันไม่ให้ถูกหลอกลวงหรือหลงเชื่อข้อมูลเท็จ ?
ก. สัทธาสัมปทา
ข. สีลสัมปทา     
ค. จาคสัมปทา   
ง. ปัญญาสัมปทา

๔๖. ในทิศ ๖ ทิศเบื้องหน้าหมายถึงใคร ?
ก. มารดาบิดา     
ข.ครูอาจารย์                      
ค. ภรรยาสามี     
ง. บุตรธิดา
๔๗. มรดกตกทอดจากพ่อแม่ที่สำคัญที่สุด คืออะไร ?
ก. ทรัพย์สิน       
ข. ที่ดิน               
ค. ที่พักอาศัย      
ง. ชีวิต

๔๘. บุตรธิดา ควรตอบแทนคุณมารดาบิดาด้วยวิธีใด ?
ก. เลี้ยงกาย         
ข. เลี้ยงใจ                          
ค. เป็นลูกที่ดี      
ง. ถูกทุกข้อ

๔๙. สํานวนไทยที่ว่า ช้างเท้าหลัง มีความหมายตรงกับข้อใด ?
ก. มารดาบิดา     
ข. ครูอาจารย์      
ค. สามี                
ง. ภรรยา

๕๐. ปัจฉิมทิศ คือทิศเบื้องหลัง มีหน้าที่ที่สำคัญอย่างไร ?
ก. เป็นแม่ศรีเรือน             
ข. ช่วยเหลือญาติ              
ค. รักษาทรัพย์    
ง. ถูกทุกข้อ


ธรรมศึกษา ชั้นโท

ปัญหาและเฉลย วิชา อนุพุทธประวัติ

ระดับมัธยมศึกษา

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

๑. พระมหากัสสปะ มีชื่อเดิมว่าอะไร ?
ก. ปิปผลิ             
ข. อุปติสสะ                      
ค. โกลิตะ           
ง. ยสะ
๒. ปิปผลิมาณพ เป็นบุตรของใคร ?
ก. กษัตริย์           
ข. พราหมณ์มหาศาล
      
ค. อำมาตย์          
ง. พ่อค้า
๓. ปิปผลิมาณพ ได้พบพระพุทธเจ้า ณ ใต้ร่มไม้ใด ?
ก. ต้นโพธิ์          
ข. ต้นไทร
          
ค. ต้นมะม่วง                     
ง. ต้นจิก
๔. พระมหากัสสปะ ได้รับการอุปสมบทด้วยวิธีใด ?
ก. เอหิภิกขุ         
ข. รับสรณคมน์  
ค. รับโอวาท ๓
  
ง. รับศีล ๑๐
๕. บริขารใด พระพุทธเจ้าทรงประทานให้แก่พระมหากัสสปะ ?
ก. บาตร                             
ข. สบง 
ค. จีวร  
ง. สังฆาฏิ

๖. พระมหากัสสปะ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านใด ?
ก. ทรงธุดงค์      
ข. ทรงจีวรเศร้าหมอง      
ค. ทรงวินัย         
ง. ทรงจำมาก
๗. กษัตริย์พระองค์ใด อุปถัมภ์การทำสังคายนาครั้งที่ ๑ ?
ก. สุทโธทนะ     
ข. พิมพิสาร                       
ค. อชาตศัตรู
                    
ง. ปเสนทิโกศล
๘. การทำสังคายนาครั้งที่ ๑ ใช้เวลากี่เดือน ?
ก. ๓ เดือน          
ข. ๗ เดือน
         
ค. ๘ เดือน          
ง. ๙ เดือน
๙. พระมหากัจจายนะ มีชื่อเดิมว่า กัญจนะ เพราะเหตุใด ?
ก. มีผิวขาว         
ข. มีผิวดำ            
ค. มีผิวเหลือง     
ง. มีผิวดุจทองคํา

๑๐. พระมหากัจจายนะ ก่อนบวชเคยเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องใด ?
ก. การรบ            
ข. การค้า            
ค. ไตรสิกขา                     
ง. ไตรเพท

๑๑. พระมหากัจจายนะ ก่อนบวชเคยปฏิบัติงานในตำแหน่งใด ?
ก. อำมาตย์          
ข. ปุโรหิต
          
ค. ราชทูต                          
ง. มหาดเล็ก
๑๒. พระเถระใด ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศด้านอธิบายความให้พิสดาร ?
ก. พระมหากัสสปะ          
ข. พระมหากัจจายนะ
     
ค. พระอุบาลี      
ง. พระอานนท์
๑๓. พระอานนท์ เป็นเจ้าชายสืบเชื้อสายกษัตริย์ราชวงศ์ใด ?
ก. ศากยะ            
ข. โกลิยะ                          
ค. โกศละ           
ง. เมารยะ
๑๔. พระอานนท์ เป็นพระญาติกับพระพุทธเจ้าในฐานะใด ?
ก. พระปิตุจฉา    
ข. พระบิดา                       
ค. พระเชษฐา     
ง. พระอนุชา

๑๕. พระเถระใด ประสูติวันเดียวกันกับพระพุทธเจ้า ?
ก. พระอนุรุทธะ
ข. พระอานนท์
 
ค. พระนันทะ     
ง. พระเทวทัต
๑๖. พระอานนท์ ได้บรรลุโสดาปัตติผล เพราะฟังธรรมจากใคร ?
ก. พระอุบาลี      
ข. พระเทวทัต    
ค. พระเมฆิยะ    
ง. พระปุณณมันตานีบุตร

๑๗. พระเถระใด ได้รับฉันทามติจากสงฆ์ให้ทำหน้าที่เป็นพุทธอุปัฏฐาก ?
ก. พระอานนท์   
ข. พระสีวลี                       
ค. พระนันทะ     
ง. พระเมฆิยะ
๑๘. พระเถระใด ได้รับมอบหมายให้วิสัชนาพระธรรมในปฐมสังคายนา ?
ก. พระมหากัสสปะ          
ข. พระอุบาลี      
ค. พระอานนท์
   
ง. พระอนุรุทธะ
๑๙. พระอุบาลี เป็นบุตรของใคร ?
ก. ช่างทอง         
ข. ช่างไม้            
ค. ช่างตัดผม
                    
ง. ช่างศร
๒๐. พระเถระใด ก่อนบวชเป็นนายภูษามาลา ?
ก. อานนท์          
ข. อุบาลี
             
ค. มหากัสสปะ  
ง. มหากัจจายนะ
๒๑. เหตุใด เจ้าศากยะจึงทูลขอพระพุทธเจ้าให้อุปสมบทอุบาลีก่อน ?
ก. เพื่อลดมานะ                
ข. เพื่อให้เกียรติ
ค. เพื่อยกย่อง     
ง. เพื่อสรรเสริญ
๒๒. พระอุบาลีได้รับยกย่องว่าเป็นผู้ยอดเยี่ยมกว่าภิกษุทั้งหลายด้านใด ?
ก. ทรงปาติโมกข์              
ข. ทรงศีล           
ค. ทรงธรรม                     
ง. ทรงวินัย

๒๓. ในปฐมสังคายนา พระอุบาลีได้รับมอบหมายให้วิสัชนาปิฎกใด ?
ก. พระวินัย        
ข. พระสูตร                       
ค. พระอภิธรรม
ง. ถูกทุกข้อ
๒๔. พระสีวลี ถือกำเนิดในวรรณะใด ?
ก. กษัตริย์           
ข. พราหมณ์                      
ค. แพศย์             
ง. ศูทร
๒๕. พระเถระใด อยู่ในครรภ์ของพระมารดานาน ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน ?
ก. พระสารีบุตร
ข. พระสีวลี
       
ค. พระอานนท์   
ง. พระอุบาลี

๒๖. พระเถระใด ให้การบรรพชาแก่สีวลีสามเณร ?
ก. พระอานนท์   
ข. พระมหากัสสปะ          
ค. พระอนุรุทธะ
ง. พระสารีบุตร

๒๗. สีวลีสามเณร สำเร็จเป็นพระอรหันต์ขณะทำกิจใด ?
ก. โกนผม           
ข. รับสรณคมน์  
ค. รับศีล             
ง. รับนิสสัย
๒๘. พระเถระใด ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านมีลาภมาก ?
ก. พระสารีบุตร
ข. พระโมคคัลลานะ        
ค. พระสีวลี
                      
ง. พระอานนท์
๒๙. พระเถระใด ให้การบรรพชาแก่พระราหุลกุมาร ?
ก. พระสารีบุตร
ข. พระอานนท์   
ค. พระอุบาลี      
ง. พระสีวลี
๓๐. พระราหุลกุมาร บรรพชาเป็นสามเณรด้วยวิธีใด ?
ก. เอหิภิกขุ         
ข. รับโอวาท                     
ค. รับครุธรรม    
ง. ติสรณคมนูปสัมปทา

๓๑. สามเณรรูปแรกในพระพุทธศาสนา คือใคร ?
ก. บัณฑิต           
ข. สีวลี
ค. ราหุล
             
ง. เรวตะ
๓๒. พระอุบลวรรณาเถรี มีผิวพรรณงามเหมือนสีกลีบดอกไม้ชนิดใด ?
ก. ดอกบัวเขียว  
ข. ดอกมะลิ        
ค. ดอกกุหลาบ   
ง. ดอกกล้วยไม้
๓๓. พระอุบลวรรณาเถรี ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านใด ?
ก. มีลาภมาก       
ข. มีฤทธิ์มาก
     
ค. มีปัญญามาก  
ง. มีความเพียรมาก
๓๔. นางปฏาจารา ได้บรรลุโสดาปัตติผล เพราะฟังธรรมจากใคร ?
ก. พระพุทธเจ้า  
ข. พระราหุล                     
ค. พระสีวลี                       
ง. พระอานนท์
๓๕. ปฏาจาราเถรีบรรลุพระอรหัตตผล เพราะพิจารณาอะไรเป็นอารมณ์ ?
ก. ลูกแก้ว           
ข. เปลวไฟ                        
ค. น้ำล้างเท้า
     
ง. อานาปานสติ
๓๖. ปฏาจาราเถรี ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านใด ?
ก. ทรงปาติโมกข์              
ข. ทรงศีล           
ค. ทรงธรรม                     
ง. ทรงวินัย

๓๗. นางกีสาโคตมี ถือกำเนิดในสกุลใด ?
ก. คนเข็ญใจ       
ข. เศรษฐี            
ค. พ่อค้า              
ง. ข้าราชการ
๓๘. นางโคตมี คนทั่วไปพากันเรียกว่า กีสาโคตมี เพราะมีรูปร่างเช่นใด ?
ก. อ้วนท้วน        
ข. ผอมบาง
        
ค. สูงโปร่ง         
ง. สันทัด
๓๙. นางกีสาโคตมี ออกแสวงหายาเพื่อรักษาใคร ?
ก. พ่อแม่             
ข. พี่น้อง             
ค. ปู่ย่า  
ง. บุตรที่ตายแล้ว

๔๐. กีสาโคตมีเถรี ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านใด ?
ก. ทรงปาติโมกข์              
ข. ทรงจีวรเศร้าหมอง
    
ค. ทรงธรรม       
ง. ทรงวินัย
๔๑. การบูชาในวันเพ็ญเดือน ๓ ตรงกับวันสำคัญใด ?
ก. มาฆบูชา        
ข. วิสาขบูชา                     
ค. อัฏฐมีบูชา      
ง. อาสาฬหบูชา
๔๒. จาตุรงคสันนิบาต เป็นเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในวันใด ?
ก. มาฆบูชา        
ข. วิสาขบูชา                     
ค. อัฏฐมีบูชา      
ง. อาสาฬหบูชา
๔๓. หลักธรรมใด พระพุทธเจ้าทรงแสดงในวันมาฆบูชา ?
ก. อริยสัจ           
ข. โอวาทปาติโมกข์
         
ค. ไตรลักษณ์     
ง. ไตรสิกขา
๔๔. วันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ตรงกับวันใด ?
ก. มาฆบูชา        
ข. วิสาขบูชา
                    
ค. อัฏฐมีบูชา      
ง. อาสาฬหบูชา
๔๕. วันอัฏฐมีบูชา เป็นวันที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าอย่างไร ?
ก. ประสูติ           
ข. ตรัสรู้                            
ค. ปรินิพพาน     
ง. ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ

๔๖. วันใด องค์การสหประชาชาติรับรองว่าเป็นวันสำคัญสากลของโลก ?
ก. มาฆบูชา        
ข. วิสาขบูชา
                    
ค. อัฏฐมีบูชา      
ง. อาสาฬหบูชา
๔๗. พระพุทธเจ้าปรินิพพาน ตรงกับวันใด ?
ก. มาฆบูชา        
ข. วิสาขบูชา
                    
ค. อัฏฐมีบูชา      
ง. อาสาฬหบูชา
๔๘. วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ตรงกับวันแรม ๘ ค่ำ เดือนอะไร ?
ก. เดือน ๓          
ข. เดือน ๖
                        
ค. เดือน ๘                         
ง. เดือน ๑๒
๔๙. พระพุทธเจ้าแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนใด ?
ก. เดือน ๓          
ข. เดือน ๖                         
ค. เดือน ๘
                        
ง. เดือน ๑๒
๕๐. พระรัตนตรัยเกิดขึ้นครบบริบูรณ์ ตรงกับวันใด ?
ก. มาฆบูชา        
ข. วิสาขบูชา      
ค. อัฏฐมีบูชา      
ง. อาสาฬหบูชา


ธรรมศึกษา ชั้นโท

ปัญหาและเฉลย วิชา อุโบสถศีล (วินัย)

ระดับมัธยมศึกษา

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

๑. อุโบสถ มีคําแปลตรงกับข้อใด ?
ก. การเข้าจำ       
ข. การออกจำ     
ค. การจดจํา                       
ง. การท่องจำ
๒. อุโบสถศีล คือการรักษาศีลประเภทใด ?
ก. ศีล ๕                             
ข. ศีล ๘
             
ค. ศีล ๑๐            
ง. ศีล ๒๒๗
๓. อุโบสถศีล พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้สำหรับใคร ?
ก. ภิกษุ               
ข. สามเณร         
ค. คฤหัสถ์
         
ง.ถูกทุกข้อ
๔. ข้อใด มีความสำคัญในการรักษาอุโบสถที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ ?
ก. โกนผม           
ข. ใส่ชุดขาว       
ค. อดอาหาร       
ง. ถือสรณคมน์

๕. ข้อใด เป็นวัตถุประสงค์ของการรักษาอุโบสถในพระพุทธศาสนา ?
ก. ขัดเกลากิเลส
ข. เสี่ยงโชค        
ค. เสริมสิริมงคล              
ง. แก้ดวง
๖. พระไตรรัตน์ตรงกับข้อใด ?
ก. พระพุทธเจ้า  
ข. พระธรรม      
ค. พระสงฆ์        
ง. ถูกทุกข้อ

๗. ตรัสรู้เองโดยชอบแล้วสอนผู้อื่นให้รู้ตาม คือรัตนะใด ?
ก. พระพุทธเจ้า  
ข. พระธรรม      
ค. พระสงฆ์        
ง. ถูกทุกข้อ
๘. รัตนะใด รักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว ?
ก. พระพุทธเจ้า  
ข. พระธรรม
     
ค. พระสงฆ์        
ง. ถูกทุกข้อ
๙. เนื้อนาบุญของโลก ไม่มีเนื้อนาบุญอื่นยิ่งกว่า หมายถึงรัตนะใด ?
ก. พระพุทธเจ้า  
ข. พระธรรม      
ค. พระสงฆ์
       
ง. ถูกทุกข้อ
๑๐. การถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก เรียกว่าอะไร ?
ก. ไตรรัตนะ      
ข. ไตรสิกขา       
ค. ไตรปิฎก        
ง. ไตรสรณคมน์

๑๑. การขาดสรณคมน์ข้อใด ไม่มีโทษ ?
ก. ทำร้ายพระศาสดา        
ข. นับถือศาสดาอื่น          
ค. ตาย
 
ง. ถูกทุกข้อ
๑๒. การติเตียนพระรัตนตรัย มีผลกระทบต่อการนับถืออย่างไร ?
ก. เศร้าหมอง     
ข. ผิดร้ายแรง     
ค. ถูกไล่ออก      
ง. สรณคมน์ขาด
๑๓. การขาดสรณคมน์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในบุคคลใด ?
ก. พระโสดาบัน
ข. อุบาสก           
ค. อุบาสิกา         
ง. บุคคลทั่วไป
๑๔. ข้อใด เป็นการเข้าถึงพระรัตนตรัยอย่างมั่นคงที่สุด ?
ก. สื่อวิญญาณ    
ข. เบิกบุญเก่า     
ค. ฝากดวง          
ง. เชื่อพระพุทธเจ้า

๑๕. อุโบสถศีลข้อ ๑ ห้ามทำเรื่องใด ?
ก. ฆ่า                  
ข. ทำร้าย                           
ค. ทำให้ตาย                      
ง. ถูกทุกข้อ

๑๖. การสมาทานอุโบสถศีลข้อ ๑ เพื่อฝึกฝนให้มีคุณธรรมใด ?
ก. ความเมตตา   
ข. ความอดทน   
ค. ความเพียร      
ง. ความตั้งใจ
๑๗. การรักษาอุโบสถศีลข้อ ๑ ขัดเกลาให้เป็นคนเช่นไร ?
ก. ไม่มือไว         
ข. ไม่โหดร้าย
    
ค. ไม่เห็นแก่นอน             
ง. ไม่ปากร้าย
๑๘. อุโบสถศีลข้อ ๒ เป็นการฝึกใจไม่ให้อยากได้ของใคร ?
ก. ของตนเอง     
ข. ของคนอื่น
    
ค. ของไม่มีเจ้าของ           
ง. ของถูกทิ้ง
๑๙. อุโบสถศีลข้อ ๒ ห้ามทำเรื่องใด ?
ก. แต่งตัว            
ข. กินอาหารค่ำ  
ค. ร้องเพลง                       
ง. ลักทรัพย์

๒๐. การรักษาอุโบสถศีลข้อ ๒ ช่วยป้องกันเรื่องใด ?
ก. โรคร้าย          
ข. ของหาย
                       
ค. อันตราย                        
ง. อุบัติเหตุ
๒๑. อุโบสถศีลข้อ ๓ ต้องงดทำเรื่องใด ?
ก. ดื่มสุรา           
ข. สูบกัญชา                      
ค. เสพกาม
                       
ง. ขโมยของ
๒๒. การรักษาอุโบสถศีลข้อ ๓ ขัดเกลากิเลสใดให้เบาบาง ?
ก. ราคะ                             
ข. โทสะ                            
ค. โมหะ                            
ง. ถูกทุกข้อ
๒๓. สิ่งเย้ายวนที่เป็นข้าศึกต่อการรักษาอุโบสถศีลข้อ ๓ ได้แก่ข้อใด ?
ก. อาหาร            
ข. ทรัพย์                            
ค. กามารมณ์
     
ง. เครื่องสำอาง
๒๔. อุโบสถศีลข้อ ๔ ห้ามทำเรื่องใด ?
ก. ทรมานสัตว์   
ข. คอร์รัปชัน     
ค. พูดปด
                          
ง. เสริมสวย
๒๕. การรักษาอุโบสถศีลข้อ ๔ ต้องงดกล่าวคําเช่นไร ?
ก. ถากถาง          
ข. เหยียดหยาม   
ค. เหลวไหล                      
ง. ถูกทุกข้อ

๒๖. อุโบสถศีลข้อ ๔ มุ่งส่งเสริมเรื่องใด ?
ก. ความจริง        
ข. ความถูกต้อง  
ค. ความซื่อตรง  
ง. ถูกทุกข้อ

๒๗. ข้อห้ามของอุโบสถศีลข้อ ๕ คืออะไร ?
ก. แต่งตัว            
ข. ร้องเพลง                       
ค. เต้นรํา             
ง. ดื่มสุรา
๒๘. เพราะเหตุใด เครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิด จึงขัดต่อการรักษาอุโบสถศีล ?
ก. พูดพล่าม        
ข. ขาดสติ
                         
ค. ง่วงนอน         
ง. เฉื่อยชา
๒๙. การรักษาอุโบสถศีลข้อ ๕ คือการใช้ชีวิตอย่างไร ?
ก. มีสติ               
ข. ไร้สติ              
ค. ขาดสติ           
ง. เผลอสติ
๓๐. อุโบสถศีลข้อ ๖ กล่าวถึงเรื่องใด ?
ก. การกิน            
ข. การนอน        
ค. การเล่น          
ง. การเที่ยว
๓๑. ผู้รักษาอุโบสถศีล ควรบริโภคอาหารในช่วงเวลาใด ?
ก. เช้าถึงเที่ยง     
ข. หลังเที่ยง        
ค. บ่ายถึงเย็น      
ง. กลางคืน
๓๒. คําว่า วิกาล ในอุโบสถศีลข้อ ๖ หมายถึงเวลาใด ?
ก. เช้า   
ข. สาย  
ค. ก่อนเที่ยงวัน  
ง. หลังเที่ยงวัน

๓๓. ของต้องห้ามในอุโบสถศีลข้อ ๗ คืออะไร ?
ก. สุรา  
ข. กัญชา             
ค. เครื่องประดับ
              
ง. ของขบเคี้ยว
๓๔. อุโบสถศีลข้อ ๗ บัญญัติขึ้นเพื่อตัดกังวลในเรื่องใด ?
ก. การบริโภค    
ข. การแต่งตัว
    
ค. การนั่งนอน   
ง. การสนทนา
๓๕. ข้อใด เป็นพฤติกรรมถือว่าผิดอุโบสถศีลข้อ ๗ ?
ก. ฟ้อนรํา           
ข. ขับร้อง           
ค. ประโคมดนตรี             
ง. ถูกทุกข้อ

๓๖. อุโบสถศีลข้อ ๘ บัญญัติขึ้นเพื่อตัดกังวลในเรื่องใด ?
ก. การบริโภค    
ข. การแต่งตัว     
ค. การนั่งนอน
  
ง. การสนทนา
๓๗. การรักษาอุโบสถศีลข้อ ๘ เพื่อฝึกตนไม่ให้ยึดติดในเรื่องใด ?
ก. ความสวยงาม               
ข. ความบันเทิง  
ค. ความงมงาย   
ง. ความหรูหรา

๓๘. อุโบสถศีลข้อ ๘ ให้ผู้รักษาเว้นที่นอนสูงใหญ่ เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอย่างไร ?
ก. พอเพียง          
ข. ไม่ฟุ้งเฟ้อ                      
ค. ไม่ติดสบาย    
ง. ถูกทุกข้อ

๓๙. คําว่า สมาทานอุโบสถศีล หมายถึงข้อใด ?
ก. การขอศีล       
ข. การให้ศีล                      
ค. การรักษาศีล
 
ง. การลาศีล
๔๐. การสมาทานรักษาอุโบสถศีลเหมาะสมกับคนวัยใด ?
ก. เด็ก   
ข. ผู้ใหญ่             
ค. สูงวัย              
ง. ถูกทุกข้อ

๔๑. อุโบสถประเภทใด นิยมรักษากัน ๑ วัน ๑ คืน ?
ก. ปกติอุโบสถ   
ข. อริยอุโบสถ   
ค. นิคัณฐอุโบสถ              
ง. โคปาลกอุโบสถ
๔๒. การรักษาอุโบสถมีกำหนดยาวนานที่สุดกี่วัน ?
ก. ๑ วัน                             
ข. ๓ วัน              
ค. ๑ เดือน           
ง. ๔ เดือน

๔๓. วันใด ไม่เกี่ยวข้องกับวันรักษาปฏิชาครอุโบสถ ?
ก. วันรับ                            
ข. วันรักษา                        
ค. วันหยุด
         
ง. วันส่ง
๔๔. ปาฏิหาริยอุโบสถ นิยมรักษาในช่วงใด ?
ก. ปีใหม่                            
ข. สงกรานต์                     
ค. เข้าพรรษา
    
ง. กฐิน
๔๕. ปาฏิหาริยอุโบสถ นิยมรักษาในฤดูใด ?
ก. ฤดูร้อน           
ข. ฤดูฝน
            
ค. ฤดูหนาว        
ง. ฤดูแล้ง
๔๖. อุโบสถประเภทใด ผู้รักษาไม่ตั้งใจจึงได้บุญน้อย ?
ก. โคปาลกอุโบสถ            
ข. นิคัณฐอุโบสถ              
ค. อริยอุโบสถ   
ง. ถูกทุกข้อ
๔๗. อุโบสถประเภทใด เปรียบได้กับการปฏิบัติของนักบวชนอกศาสนา ?
ก. โคปาลกอุโบสถ          
ข. นิคัณฐอุโบสถ
             
ค. อริยอุโบสถ   
ง. ถูกทุกข้อ
๔๘. อุโบสถประเภทใด ถือว่าเข้าใกล้ความเป็นพระอริยเจ้า ?
ก. โคปาลกอุโบสถ          
ข. นิคัณฐอุโบสถ              
ค. อริยอุโบสถ
   
ง. ถูกทุกข้อ
๔๙. การรักษาอุโบสถจะได้บุญมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับข้อใด ?
ก. อายุ                 
ข. ความตั้งใจ
    
ค. สุขภาพ           
ง. จำนวนวัน
๕๐. การรักษาอุโบสถศีลให้อานิสงส์สูงสุดคือข้อใด ?
ก. สุขภาพดี        
ข. ร่ำรวย             
ค. ขึ้นสวรรค์                     
ง. บรรลุนิพพาน