ธรรมศึกษา เอก อุดม พ.ศ. ๒๕๖๘

ธรรมศึกษา ชั้นเอก

ปัญหา วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม

ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

ยสํ ลทฺธาน ทุมฺเมโธ         อนตฺถํ จรติ อตฺตโน
อตฺตโน จ ปเรสญฺจ             หึสาย ปฏิปชฺชติ.
คนมีปัญญาทราม ได้ยศแล้ว
ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน
ย่อมปฏิบัติเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่น.

คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ชาดก เอกนิบาต (ขุ. ชา. เอก.)

แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล โดยใช้สุภาษิตที่สนามหลวงแผนกธรรมกำหนดมาให้ จำนวน ๖ สุภาษิตข้างล่างนี้ มาประกอบอ้างอิงเพียง ๓ สุภาษิต และสุภาษิตที่อ้างมานั้น ควรอธิบายเชื่อมความให้สมกับเรื่องในกระทู้ตั้ง

ในชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในกระดาษใบตอบตั้งแต่ ๓ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป

——————-

ให้เวลา ๓ ชั่วโมง

อถ ปาปานิ กมฺมานิ      กรํ พาโล น พุชฺฌติ
    เสหิ กมฺเมหิ ทุมฺเมโธ      อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ.
  เมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก เขาเดือดร้อน เพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้.
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ. ธ.)
ทหรา จ มหนฺตา จ       เย พาลา เย จ ปณฺฑิตา
สพฺเพ มจฺจุวสํ ยนฺติ       สพฺเพ มจฺจุปรายนา.
  ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งเขลา ทั้งฉลาด ล้วนไปสู่อำนาจแห่ง ความตาย ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า.
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย สุตตนิบาต (ขุ. สุ.)
ปญฺญาย ติตฺตินํ เสฏฺฐํ     น โส กาเมหิ ตปฺปติ
ปญฺญาย ติตฺตํ ปุริสํ        ตณฺหา น กุรุเต วสํ.
  บรรดาความอิ่มทั้งหลาย ความอิ่มด้วยปัญญาประเสริฐ ผู้อิ่มด้วยปัญญานั้นย่อมไม่เดือดร้อนด้วยกาม ตัณหาทำผู้อิ่ม ด้วยปัญญาไว้ในอำนาจไม่ได้.
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ชาดก ทวาทสกนิบาต (ขุ. ชา. ทฺวาทส.)
ปญฺญา สุตวินิจฺฉินี       ปญฺญา กิตฺติสิโลกวฑฺฒนี
ปญฺญาสหิโต นโร อิธ     อปิ ทุกฺเขสุ สุขานิ วินฺทติ.
    ปัญญาเป็นเครื่องวินิจฉัยสิ่งที่ฟังแล้ว ปัญญาเป็นเครื่อง
เพิ่มพูนเกียรติคณุ และชื่อเสียง คนผู้ประกอบด้วยปัญญาในโลกนี้ แม้ในความทุกข์ก็หาความสุขได้.
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย เถรคาถา (ขุ. เถร.)
ชยํ เวรํ ปสวติ          ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต
 อุปสนฺโต สุขํ เสติ      หิตฺวา ชยปราชยํ.
 ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมนอนเป็นทุกข์ คนละความชนะและความแพ้ได้แล้ว สงบใจได้ ย่อมนอนเป็นสุ
ข.
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ. ธ.)
น ชจฺจา วสโล โหติ       น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ
กมฺมุนา วสโล โหติ        กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ.
บุคคลเป็นคนเลวเพราะชาติก็หาไม่ เป็นผู้ประเสริฐเพราะชาติก็หาไม่ (แต่) เป็นคนเลวเพราะการกระทำ เป็นผู้ประเสรฐิก็เพราะการกระทำ.                  คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย สุตตนิบาต (ขุ. สุ.)


ธรรมศึกษา ชั้นเอก

ปัญหาและเฉลย วิชา ธรรม

ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

๑. นิพพิทา หมายถึงความหน่ายในอะไรด้วยปัญญา ?
ก. เบญจขันธ์                    
ข. รูป                  
ค. เวทนา            
ง. สังขาร
๒. ในส่วนปรมัตถปฏิปทา โลกหมายถึงอะไร ?
ก. แผ่นดินและหมู่สัตว์    
ข. แผ่นดิน          
ค. หมู่สัตว์          
ง. ที่อยู่อาศัย
๓. อาการที่เรียกว่าผู้หมกอยู่ในโลก เป็นอย่างไร ?
ก. เพลิดเพลิน     
ข. ระเริงหลง                     
ค.ติดสิ่งล่อใจ                    
ง.ถูกทุกข้อ
๔. บ่วงแห่งมาร หมายถึงอะไร ?
ก. วัตถุกาม         
ข. กิเลสกาม                      
ค. อุปสรรค                       
ง. สิ่งชั่วร้าย
๕. การสำรวมจิตด้วยวิธีการใด สำคัญที่สุด ?
ก. สำรวมกาย     
ข. สำรวมตา                      
ค. สำรวมหู                       
ง. สำรวมอินทรีย์

๖. เมื่อเห็นสังขารด้วยปัญญาว่าอย่างไร จึงหน่ายในทุกข์ ?
ก. ไม่เที่ยง          
ข. เป็นทุกข์                       
ค. เป็นอนัตตา    
ง. ถูกทุกข้อ
๗. ความไม่เที่ยง กำหนดรู้ได้โดยอาการใด ?
ก. เกิดขึ้น            
ข. คงที่                
ค. แปรเปลี่ยน
   
ง. ทนไม่ได้
๘. ทุกขตา ความเป็นทุกข์ กำหนดรู้ได้โดยอาการใด ?
ก. เกิดขึ้น            
ข. ทนไม่ได้
                      
ค. แปรเปลี่ยน    
ง. ไม่ใช่ตัวตน
๙. ความเจ็บไข้ได้ป่วย จัดเป็นทุกข์ใด ?
ก. พยาธิทุกข์      
ข. สภาวทุกข์
     
ค. นิพัทธทุกข์    
ง. สหคตทุกข์
๑๐. ทุกข์ใด ไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการทางแพทย์ ?
ก. สันตาปทุกข์  
ข. วิปากทุกข์      
ค. สหคตทุกข์    
ง. ถูกทุกข้อ

๑๑. ทุกข์เพราะยึดมั่นถือมั่นในอุปาทาน จัดเป็นทุกข์ประเภทใด ?
ก. สภาวทุกข์      
ข. ปกิณณกทุกข์
ค. สหคตทุกข์    
ง. ทุกขขันธ์

๑๒. คําสอนเรื่องใด แสดงให้เห็นว่าศาสนาพุทธต่างจากศาสนาอื่น ?
ก. สังสารวัฏฏ์    
ข. อนัตตา
                        
ค. บาป-บุญ                       
ง. นรก-สวรรค์
๑๓. การพิจารณาอนัตตลักขณะ จำเป็นต้องมีอะไรกำกับ ?
ก. สติ                  
ข. สัมปชัญญะ   
ค. โยนิโสมนสิการ
           
ง. ขันติ
๑๔. สมมติสัจจะ จริงโดยสมมติ ได้แก้ข้อใด ?
ก. บุคคล                            
ข. ขันธ์                
ค. ธาตุ                 
ง. อายตนะ
๑๕. คําตอบในข้อใด เป็นสภาวะแห่งอนัตตา ?
ก. ไม่อยู่ในอำนาจ            
ข. หาเจ้าของมิได้             
ค. เป็นสภาพสูญ               
ง. ถูกทุกข้อ

๑๖. วิราคะ หมายถึงภาวะที่จิตปราศจากอะไร ?
ก. ความโลภ       
ข. ความโกรธ     
ค. ความหลง                     
ง. ความกำหนัด

๑๗. ความเมาในคําว่า มทนิมฺมทโน หมายถึงเมาในอะไร ?
ก. น้ำกระท่อม   
ข. กัญชา                            
ค. ยาไอซ์                           
ง. ไม่มีข้อถูก

๑๘. จะตัดวงจรวัฏฏะให้ขาด ต้องตัดอะไรก่อน ?
ก. ตัดกิเลส         
ข. ตัดกรรม                       
ค. ตัดวิบาก                       
ง. ถูกทุกข้อ
๑๙. ปุถุชนหลุดพ้นจากกิเลสได้เป็นการชั่วคราว ด้วยอำนาจอะไร ?
ก. ตทังควิมุตติ   
ข. วิกขัมภนวิมุตติ            
ค. สมุจเฉทวิมุตติ             
ง. นิสรณวิมุตติ
๒๐. ปุถุชนหลุดพ้นด้วยวิมุตติใด อาจทำให้เข้าใจผิดว่าตนเป็นพระอรหันต์ ?
ก. ตทังควิมุตติ   
ข. วิกขัมภนวิมุตติ
          
ค. สมุจเฉทวิมุตติ             
ง. นิสรณวิมุตติ
๒๑. ตามหลักวิสุทธิ คนจะบริสุทธิ์ได้ด้วยวิธีใด ?
ก. ตัดกรรม         
ข. ล้างบาป                        
ค. บวงสรวง       
ง. เจริญปัญญา

๒๒. ข้าราชการทำงานด้วยความสุจริต จัดเข้าในมรรคใด ?
ก. สัมมาวาจา     
ข. สัมมาอาชีวะ
 
ค. สัมมาวายามะ               
ง.สัมมาสติ
๒๓. การไม่ประพฤติตามมรรคใด สังคมจึงวุ่นวายเพราะวาทกรรม ?
ก. สัมมาวาจา     
ข. สัมมาสังกัปปะ            
ค. สัมมาสติ                       
ง. สัมมาสมาธิ
๒๔. การประพฤติวจีสุจริต เป็นการปฏิบัติตามมรรคใด ?
ก. สัมมาทิฏฐิ     
ข. สัมมาสังกัปปะ            
ค. สัมมาวาจา
    
ง. สัมมาสติ
๒๕. ความเพียรพยายามที่จะละชั่วประพฤติดี เป็นการปฏิบัติตามมรรคใด ?
ก. สัมมาทิฏฐิ     
ข. สัมมาสังกัปปะ            
ค. สัมมาวาจา     
ง. สัมมาวายามะ

๒๖. การประพฤติกายสุจริต ๓ เป็นการปฏิบัติตามมรรคใด ?
ก. สัมมาวาจา     
ข. สัมมากัมมันตะ
           
ค. สัมมาอาชีวะ  
ง. สัมมาสมาธิ
๒๗. การอ้างว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้นั่งสมาธิเป็นการขัดแย้งกับมรรคใด ?
ก. สัมมาวาจา     
ข. สัมมากัมมันตะ            
ค. สัมมาสติ                       
ง. สัมมาสมาธิ

๒๘. มรรค ๘ เป็นทางนําไปสู่วิสุทธิ สีลวิสุทธิเป็นรากฐานของอะไร ?
ก. สมาธิ                             
ข. วิปัสสนา                       
ค. กรรมฐาน                     
ง. ปัญญา
๒๙. มรรคใด จัดเข้าในสีลวิสุทธิ?
ก. สัมมาวาจา     
ข. สัมมากัมมันตะ            
ค. สัมมาอาชีวะ  
ง. ถูกทุกข้อ

๓๐. มรรคใด จัดเข้าในจิตตวิสุทธิ ?
ก. สัมมาวายามะ               
ข. สัมมาสติ        
ค. สัมมาสมาธิ   
ง. ถูกทุกข้อ

๓๑. หากจะเปรียบภูมิพระโสดาบันเป็นบ้าน สีลวิสุทธิคือส่วนใดของบ้าน ?
ก. ฐานราก          
ข. คาน  
ค. เสา   
ง. หลังคา
๓๒. จะพบสันติความสงบได้ ต้องเลือกเดินทางใด ?
ก. ทางสุดโต่ง    
ข. ทางย่อหย่อน
ค. ทางสายกลาง

ง. ทางที่ถูกใจ
๓๓. จิตนึกคิดแบบไหน จัดเป็นความสงบภายใน ?
ก. ไม่โลภ           
ข. ไม่พยาบาท    
ค. ไม่เห็นผิด                     
ง. ถูกทุกข้อ

๓๔. ในปรมัตถปฏิปทา ผู้มุ่งสันติคือความสงบต้องละอะไร ?
ก. กามคุณ          
ข. กายทุจริต                      
ค. วจีทุจริต                        
ง. มโนทุจริต
๓๕. นิพพาน หมายถึงสภาวะใด ?
ก. ความเกิด        
ข. ความตาย                      
ค. ความดำรงอยู่
ง. ความสิ้นทุกข์

๓๖. ข้อใด เป็นความหมายของสอุปาทิเสสนิพพาน ?
ก. กิเลสดับ         
ข. กิเลสดับแต่ยังมีชีวิต
   
ค. ชีวิตดับ           
ง. สิ้นทั้งกิเลสทั้งชีวิต
๓๗. ข้อใด เป็นความหมายของอนุปาทิเสสนิพพาน ?
ก. กิเลสดับ         
ข. กิเลสดับแต่ยังมีชีวิต    
ค. ชีวิตดับ           
ง. สิ้นทั้งกิเลสทั้งชีวิต

๓๘. ภิกษุเคารพในอะไร จึงชื่อว่าได้เข้าใกล้พระนิพพาน ?
ก. สมาธิ                            
ข. สิกขา                            
ค. ความไม่ประมาท         
ง. ถูกทุกข้อ

๓๙. ฌานไม่มีแก่ผู้ไร้ปัญญา ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไร้ฌาน บ่งบอกว่าอะไรสำคัญ ?
ก. ฌาน               
ข. ปัญญา                           
ค. ฌานและปัญญา
          
ง. ไม่มีข้อถูก
๔๐. คําว่า เรือ ในพระดํารัสว่า สิญฺจ ภิกฺขุ อิมํ นาวํ หมายถึงอะไร ?
ก. อัตภาพ           
ข. มรรค ๘                        
ค. อริยสัจ ๔                      
ง. โลกุตตรธรรม ๙
๔๑. คําว่า วิดเรือ ในพุทธดํารัสว่า  สิตฺตา เต ลหุเมสฺสติ มีความหมายว่าอย่างไร ?
ก. บรรเทากิเลส
ข. บรรเทากรรม
ค. บรรเทาวิบาก
ง. ไม่มีข้อถูก
๔๒. นาวาคือเรือจักแล่นถึงท่าคือพระนิพพานได้ เพราะตัดอะไร ?
ก. กรรม                             
ข. วิบาก              
ค. กิเลส
              
ง. ไม่มีข้อถูก
๔๓. ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ครองเรือน เรียกว่า อะไร ?
ก. ฆราวาสธรรม              
ข. อิทธิบาทธรรม             
ค. พลธรรม                       
ง. โลกธรรม
๔๔. งานหนักก็เอา งานเบาก็สู้ จัดได้ว่าปฏิบัติตามธรรมใด ?
ก. สัจจะ                            
ข. ทมะ
ค. ขันติ

ง. จาคะ
๔๕. การค้าขายอะไร เป็นข้อห้ามสำหรับอุบาสกอุบาสิกา ?
ก. อาวุธ              
ข. มนุษย์             
ค. สุรายาเมา       
ง. ถูกทุกข้อ

๔๖. มิจฉาวณิชชามี ๕ ข้อ ขายสารพิษเพื่อทำลายชีวิต เป็นข้อที่เท่าไร ?
ก. ข้อที่ ๒           
ข. ข้อที่ ๓           
ค. ข้อที่ ๔           
ง. ข้อที่ ๕

๔๗. ข้อใด ไม่ใช่คุณสมบัติของอุบาสกอุบาสิกา ?
ก. มีศรัทธา         
ข. มีศีล
ค. ไม่ถือมงคลตื่นข่าว      
ง. ไม่มีข้อถูก

๔๘. ศรัทธาที่ถูกต้องของชาวพุทธแท้ มีแล้วไม่เสื่อมคือข้อใด ?
ก. เชื่อกรรม        
ข. เชื่อผลกรรม  
ค. เชื่อการตรัสรู้
ง. ถูกทุกข้อ

๔๙. อุบาสกอุบาสิกาต้องมีคุณสมบัติข้อใด จึงจะไม่หลงเชื่อตามกระแสโซเชียล ?
ก. ศรัทธา            
ข. ศีล                  
ค. ไม่ถือมงคลตื่นข่าว
     
ง. ถูกทุกข้อ
๕๐. พุทธศาสนาจะเจริญรุ่งเรือง เพราะอุบาสกอุบาสิกามีคุณสมบัติใด ?
ก. ศรัทธา            
ข. ศีล    
ค. ทำบุญตามหลักพุทธศาสนา      
ง. ถูกทุกข้อ


ธรรมศึกษา ชั้นเอก

ปัญหาและเฉลย วิชา พุทธประวัติ

ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

๑. พระพุทธเจ้าเสด็จกลับกรุงกบิลพัสดุ์ เพื่อโปรดกษัตริย์พระองค์ใด ?
ก. สุทโธทนะ      
ข. มหานามะ      
ค. พิมพิสาร                       
ง. ปเสนทิโกศล
๒. ผู้ใด พระเจ้าสุทโธทนะส่งไปทูลเชิญพระพุทธเจ้าเป็นครั้งที่ ๑๐ ?
ก. ฉันนะ                           
ข. อนุรุทธะ                       
ค. อานนท์                         
ง. กาฬุทายี
๓. พระเถระใด พระพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าทําผู้ไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส ?
ก. อานนท์          
ข. กาฬุทายี
                      
ค. สารีบุตร                        
ง. โมคคัลลานะ
๔. พระพุทธเจ้าเสด็จกลับถึงกรุงกบิลพัสดุ์แล้ว ประทับอยู่ที่ใด ?
ก. อัมพวัน          
ข. เวฬุวัน                           
ค. นิโครธาราม
  
ง. บุพพาราม
๕. พระพุทธเจ้าทรงแสดงปาฏิหาริย์โปรดพระญาติเพื่อประสงค์อะไร ?
ก. ละมานะ         
ข. ละโลภะ                        
ค. ละโทสะ                       
ง. ละโมหะ
๖. เม็ดฝนโบกขรพรรษมีสีอะไร ?
ก. สีดำ                
ข. สีแดง
                           
ค. สีขาว                             
ง. สีเหลือง
๗. พระเจ้าสุทโธทนะฟังธรรมครั้งแรก สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลชั้นใด ?
ก. โสดาบัน         
ข.สกทาคามี                      
ค.อนาคามี                         
ง.อรหันต์
๘. พระนางพิมพาฟังจันทกินนรชาดกแล้ว ได้บรรลุธรรมชั้นใด ?
ก. โสดาปัตติผล
ข.สกทาคามิผล  
ค. อนาคามิผล    
ง. อรหัตตผล
๙. พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระนันทะว่าเป็นผู้เลิศในด้านใด ?
ก. ทรงวินัย         
ข. ทรงธุดงค์       
ค.สำรวมอินทรีย์
             
ง. ปรารภความเพียร
๑๐. ทรัพย์ประเภทใด พระพุทธเจ้าประทานแก่ราหุลกุมาร ?
ก. โลกิยทรัพย์    
ข. อริยทรัพย์
    
ค.แก้วมุกดา                      
ง.แก้วไพฑูรย์
๑๑. สามเณรรูปแรกในพระพุทธศาสนา มีนามว่าอะไร ?
ก. ราหุล              
ข. บัณฑิต                          
ค. เรวตะ                            
ง. ปทุม
๑๒. พระเจ้าสุทโธทนะขอพรว่า ผู้จะบวชต้องได้รับอนุญาตจากใครก่อน ?
ก. พี่น้อง             
ข. บิดามารดา
   
ค. ปู่ย่า  
ง.ตายาย
๑๓. สามเณรใด อธิษฐานว่าขอให้ได้ฟังคําสอนมากเท่าเมล็ดทรายในกํามือ ?
ก. ราหุล              
ข. บัณฑิต                          
ค. สุข    
ง. ปทุม
๑๔. พระเจ้าสุทโธทนะ ขณะใกล้เสด็จสวรรคตได้บรรลุธรรมชั้นใด ?
ก. โสดาปัตติผล               
ข. สกทาคามิผล                
ค. อนาคามิผล    
ง. อรหัตตผล

๑๕. พระเถระใด พระพุทธเจ้ายกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านทรงพระวินัย ?
ก. พระสารีบุตร  
ข. พระโมคคัลลานะ        
ค. พระอุบาลี
     
ง. พระกัสสปะ
๑๖. พระเถระใด มักเปล่งอุทานว่า สุขหนอ สุขหนอ ?
ก. พระสารีบุตร  
ข. พระโมคคัลลานะ        
ค. พระอุบาลี      
ง. พระภัททิยะ

๑๗. ผู้ใด ขึ้นเขาคิชฌกูฏกลิ้งหินลงมาหมายปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า ?
ก. พระองคุลีมาล              
ข. พระเทวทัต
                 
ค. พระโกกาลิกะ              
ง. พระกาฬุทายี
๑๘. ช้างใด พระเทวทัตสั่งให้ปล่อยไปทำร้ายพระพุทธเจ้า ?
ก. เอราวัณ                         
ข. นาฬาคีรี
                      
ค. ราชกุญชร      
ง. คชรัตน์
๑๙. ภิกษุใด ยกเข่ากระทุ้งยอดอกพระเทวทัตจนกระอักเลือด ?
ก.ฉันนะ             
ข. กาฬุทายี                        
ค. โกกาลิกะ
       
ง. องคุลีมาล
๒๐. พระเทวทัตก่อนถูกแผ่นดินสูบ บูชาพระพุทธเจ้าด้วยสิ่งใด ?
ก.ศีรษะ                             
ข. กระดูกคาง
    
ค. ดวงตา                           
ง. หัวใจ
๒๑. พระเทวทัตจะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าในอนาคต มีนามว่าอะไร ?
ก. มหาปทุมะ     
ข. อัฏฐิสสระ
                   
ค. โกนาคมนะ   
ง. กัสสปะ
๒๒. พระอานนท์บรรลุโสดาปัตติผล เพราะฟังธรรมจากพระเถระใด ?
ก. โกณฑัญญะ   
ข. สารีบุตร                        
ค. โมคคัลลานะ                
ง. ปุณณมันตานีบุตร

๒๓. พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระอานนท์ว่า เป็นผู้เลิศในด้านใด ?
ก. ตาทิพย์           
ข. หูทิพย์                           
ค. อุปัฏฐาก
                      
ง. ปัญญามาก
๒๔. สตรีผู้จะบวชเป็นภิกษุณีได้ ต้องยอมรับปฏิบัติธรรมใด ?
ก. ศีล ๘              
ข. มรรค ๘                        
ค. ครุธรรม ๘
   
ง. สมาบัติ ๘
๒๕. ภิกษุณีรูปแรกในพระพุทธศาสนา มีชื่อว่าอะไร ?
ก. ปชาบดีโคตมีเถรี          
ข. เขมาเถรี                        
ค. พิมพาเถรี       
ง. อุบลวรรณาเถรี

๒๖. มหาปชาบดีโคตมีเถรีได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านใด ?
ก. รู้ราตรีนาน    
ข. มีปัญญามาก  
ค. มีฤทธิ์มาก      
ง. ทรงวินัย
๒๗. พระเถรีใด ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านมีปัญญามาก ?
ก. ปชาบดีโคตมีเถรี         
ข. เขมาเถรี
        
ค. พิมพาเถรี       
ง. อุบลวรรณาเถรี
๒๘. พระพุทธเจ้าทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ ณ เมืองใด ?
ก. ราชคฤห์         
ข. กบิลพัสดุ์       
ค. พาราณสี                       
ง. สาวัตถี

๒๙. พระพุทธเจ้าทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนใด ?
ก. เดือน ๓          
ข. เดือน ๖                         
ค. เดือน ๘
                        
ง. เดือน ๑๑
๓๐. พระพุทธเจ้าทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ ณ ต้นไม้ใด ?
ก. ต้นมะม่วง     
ข. ต้นมะเดื่อ       
ค. ต้นโพธิ์                         
ง. ต้นไทร
๓๑. พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดพุทธมารดาและจำพรรษาในสวรรค์ชั้นใด ?
ก. จาตุมหาราชิกา             
ข. ดาวดึงส์
        
ค. ดุสิต
ง. นิมมานรดี
๓๒. พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโปรดพุทธมารดาด้วยข้อธรรมใด ?
ก. พระสูตร        
ข. พระวินัย                       
ค. พระอภิธรรม

ง. ถูกทุกข้อ
๓๓. พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลกใกล้ประตูเมืองใด ?
ก. สังกัสสะ         
ข. สาวัตถี                          
ค. ราชคฤห์                       
ง. พาราณสี
๓๔. พระเถระใด ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านปรารภความเพียร ?
ก. พระอนุรุทธะ
ข. พระโสณโกฬิวิสะ
      
ค. พระกาฬุทายี  
ง. พระสีวลี
๓๕. พระเถระใด ปรารภว่าถ้าไม่ได้ออกบวช จะยอมอดอาหารจนตัวตาย ?
ก. พระสีวลี        
ข. พระอัสสชิ     
ค. พระองคุลีมาล                             
ง. พระรัฏฐปาละ

๓๖. พระรัฏฐปาละ แสดงธรรมุทเทศ ๔ ประการ แก่พระราชาใด ?
ก. ปเสนทิโกศล                
ข. อชาตศัตรู      
ค. โกรัพยะ
                       
ง. พิมพิสาร
๓๗. พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระรัฏฐปาละว่า เป็นผู้เลิศในด้านใด ?
ก. บวชด้วยศรัทธา           
ข. ทรงวินัย                        
ค. ทรงธุดงค์       
ง. ปรารภความเพียร
๓๘. พระพุทธเจ้าทรงปลงพระชนมายุสังขารก่อนปรินิพพานกี่เดือน ?
ก. ๑ เดือน           
ข. ๒ เดือน                        
ค. ๓ เดือน
                        
ง. ๔ เดือน
๓๙. ผู้ใด ถวายภัตตาหารครั้งสุดท้ายแก่พระพุทธเจ้าก่อนปรินิพพาน ?
ก.สุชาดา             
ข. วิสาขา                           
ค. อนาถบิณฑิกะ              
ง. จุนทะ

๔๐. พระพุทธเจ้าประทานปัจฉิมโอวาทว่าด้วยเรื่องอะไร ?
ก. ความกตัญญู  
ข. ความอดทน   
ค. ความสันโดษ               
ง. ความไม่ประมาท

๔๑. วันมหาสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยตรงกับวันที่เท่าไร ?
ก. ๑๓                  
ข. ๑๔   
ค. ๑๕   
ง. ๑๖
๔๒. ประเพณีสงกรานต์ นิยมทำบุญเกี่ยวกับเรื่องใด ?
ก. ก่อเจดีย์ทราย                
ข. สรงน้ำพระ    
ค. บังสุกุลอัฐิ     
ง. ถูกทุกข้อ
๔๓. พระพุทธานุญาตให้ถวายผ้ากฐินได้นับแต่วันออกพรรษาเป็นระยะเวลาเท่าไร?
ก. ๗ วัน              
ข. ๑๕ วัน                          
ค. ๑ เดือน
                         
ง. ๒ เดือน
๔๔. ผู้ถวายผ้ากฐินเป็นคนแรกในพระพุทธศาสนามีนามว่าอะไร ?
ก. สุชาดา            
ข. วิสาขา
                          
ค. มัลลิกา                          
ง. ปชาบดี
๔๕. ในหลวงเสด็จไปถวายผ้าพระกฐินส่วนพระองค์ ณ วัดราษฎร์ เรียกกฐินอะไร ?
ก. พระกฐินต้น                 
ข. จุลกฐิน                         
ค. มหากฐิน                       
ง. กฐินสามัคคี
๔๖. ผ้าที่ใช้ในพิธีทอดผ้าป่า เรียกว่าผ้าอะไร ?
ก. ผ้าบังสุกุล      
ข. ผ้ากฐิน                          
ค. ผ้าปูนั่ง                          
ง. ผ้าปูนอน
๔๗. ประเพณีลอยกระทง ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนอะไร ?
ก. เดือน ๓          
ข. เดือน ๖                         
ค. เดือน ๘                         
ง. เดือน ๑๒

๔๘. ปัจจุบันผู้จะบรรพชาเป็นสามเณรได้นั้น ต้องมีอายุกี่ปีขึ้นไป ?
ก. ๕ ปี                
ข. ๖ ปี                 
ค. ๗ ปี
 
ง. ๘ ปี
๔๙. สามเณรจะต้องรักษาศีลโดยเคร่งครัดจำนวนกี่ข้อ ?
ก. ๕ ข้อ              
ข. ๘ ข้อ                             
ค. ๑๐ ข้อ
           
ง. ๒๒๗ ข้อ
๕๐. กุลบุตรผู้จะอุปสมบทเป็นภิกษุได้นั้น ต้องมีอายุครบบริบูรณ์เท่าไร ?
ก. ๒๐ ปี              
ข. ๒๕ ปี                           
ค. ๒๙ ปี             
ง. ๓๕ ปี


ธรรมศึกษา ชั้นเอก

ปัญหาและเฉลย วิชากรรมบถ (วินัย)

ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป

สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘

๑. พระพุทธศาสนาสอนให้มนุษย์เราเชื่อเกี่ยวกับเรื่องใด ?
ก. ไสยศาสตร์    
ข. โหราศาสตร์  
ค. สื่อวิญญาณ    
ง. กรรม

๒. การกระทำที่ก่อให้เกิดผลดีและผลชั่ว เรียกว่าอะไร ?
ก. สุจริต                            
ข. ทุจริต                            
ค. กรรมบถ
                      
ง. กรรมกิเลส
๓. พระพุทธศาสนาสอนไม่ให้มนุษย์ทำกรรมใด ?
ก. อกุศลกรรม    
ข. กุศลกรรม                     
ค. บุญกรรม                      
ง. บุญกุศล
๔. การเขียนข้อความให้ร้ายคนอื่น จัดเป็นกรรมอะไร ?
ก. กายกรรม       
ข. วจีกรรม
                       
ค. มโนกรรม                     
ง. ถูกทุกข้อ
๕. ความสุขความทุกข์ของมนุษย์ทั้งหลายเกิดจากกระทำของใคร ?
ก. เทพยดา          
ข. พระพรหม     
ค. ผู้มีฤทธิ์                         
ง. ตนเอง

๖. อกุศลกรรมข้อใด ไม่จัดเป็นมโนกรรม ?
ก. มุสาวาท         
ข. อภิชฌา                         
ค. พยาบาท                        
ง. มิจฉาทิฏฐิ
๗. ข้อใด จัดเป็นกายกรรม ความดีทางกาย ?
ก. ไม่ฆ่าสัตว์      
ข. ไม่โกหก                       
ค. ไม่พยาบาท    
ง. ไม่เห็นผิด
๘. การทำร้ายกันจนถึงเสียชีวิต เป็นบาปกรรมข้อใด ?
ก. ปาณาติบาต                  
ข. มุสาวาท                        
ค. พยาบาท                        
ง. มิจฉาทิฏฐิ
๙. การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เจตนาใดเป็นสิ่งสำคัญ ?
ก. เจตนาด่า        
ข. เจตนาโกหก  
ค. เจตนาโกง                     
ง. เจตนาฆ่า

๑๐. ข้อใด มีจิตประกอบด้วยปาณาติบาต ?
ก. คิดจะฆ่า         
ข. คิดจะขโมย    
ค. คิดจะหลอก   
ง. คิดจะด่า
๑๑. ข้อใด เป็นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตด้วยการกระทำ ?
ก. ขุดหลุมพราง
ข. ใช้มีดฟัน                      
ค. ใช้ปืนยิง                       
ง. ถูกทุกข้อ

๑๒. การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตจะสำเร็จเป็นกรรมบถได้เพราะข้อใด ?
ก. รู้ว่าสัตว์มีชีวิต              
ข. จิตคิดจะฆ่า    
ค. พยายามฆ่า     
ง. สัตว์ตาย

๑๓. การให้ชีวิตเป็นทาน ตรงกับข้อใด ?
ก. ไถ่ชีวิตโค      
ข. ช่วยปลาบนบก                           
ค. ช่วยนกตกน้ำ               
ง. ถูกทุกข้อ

๑๔. ข้อใด เกี่ยวข้องกับการละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ?
ก. อภัยทาน        
ข. สังฆทาน                      
ค. โปรยทาน                     
ง. ทำทาน
๑๕. ข้อใด คือความทุกข์เดือดร้อนจากอทินนาทานในชาติปัจจุบัน ?
ก. ตกนรก           
ข. ตกอบาย                        
ค. ถูกคุมขัง
                      
ง. เกิดในแดนเปรต
๑๖. มีโลภะเป็นมูลเหตุให้ลักขโมย ตรงกับข้อใด ?
ก. อยากได้          
ข. อยากแก้แค้น
ค. อยากแกล้ง     
ง. อยากกําจัด
๑๗. มีโทสะเป็นมูลเหตุให้ลักขโมย ตรงกับข้อใด ?
ก. อยากได้         
ข. อยากแก้แค้น
 
ค. อยากรวย        
ง. อยากอวด
๑๘. อทินนาทานชักพาให้ไปเกิดในดิรัจฉานภูมิ ตรงกับข้อใด ?
ก. เป็นปลา         
ข. เป็นเปรต                      
ค. เป็นยักษ์                        
ง. เป็นอสูร
๑๙. อทินนาทานชักพาให้ไปเกิดในเปรตวิสัยภูมิจะได้รับผลกรรมใด ?
ก. อดอยาก         
ข. หิวโซ                            
ค. ทุกข์ทรมาน   
ง. ถูกทุกข้อ

๒๐. การประพฤติผิดในกามข้อใด เป็นกาเมสุมิจฉาจาร ?
ก. ภรรยาสามีเขา              
ข. สามีตน          
ค. ภรรยาตน       
ง. คู่ครองตน
๒๑. การนอกใจคู่ครอง ทำให้เกิดปัญหาครอบครัวอย่างไร ?
ก. เสียสุขภาพจิต              
ข. หย่าร้าง          
ค. เด็กกําพร้า      
ง. ถูกทุกข้อ

๒๒. ชีวิตคู่จะมั่นคงและยืนยาว ต้องงดทำความผิดใด ?
ก. ผิดจารีต         
ข. ผิดประเพณี   
ค. ผิดประเวณี
   
ง. ผิดคําพูด
๒๓. สทารสันโดษ เป็นการประพฤติปฏิบัติส่งเสริมเรื่องใด ?
ก. สุขภาพ          
ข. อาชีพ                            
ค. การงาน                         
ง. ชีวิตคู่

๒๔. ข้อใด เป็นผลกรรมของคนประพฤติผิดในกาม ?
ก. ก่อศัตรู           
ข. สมองพิการ    
ค. สติบกพร่อง   
ง. ยากไร้
๒๕. เจตนาพูดบิดเบือนข่าวสาร เป็นวจีกรรมประเภทใด ?
ก. ปิสุณวาจา      
ข. ผรุสวาจา        
ค. มุสาวาท
                       
ง. สัมผัปปลาปะ

๒๖. ข้อใด เป็นการโกหกหลอกลวงทางคําพูด ?
ก. ปลอมเสียง                   
ข. ปลอมตัว                       
ค. ปลอมชื่อ                      
ง. ปลอมลายเซ็น
๒๗. พูดโกหกเพราะต้องการสินจ้างรางวัล เกิดจากมูลเหตุใด ?
ก. ความโลภ                      
ข. ความโกรธ     
ค. ความเกลียดชัง             
ง. ความแค้น
๒๘. พูดโกหกเพราะต้องการใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น เกิดจากมูลเหตุใด ?
ก. ความโกรธ                   
ข. ความขัดเคือง               
ค. ความขัดแย้ง  
ง. ถูกทุกข้อ

๒๙. การพูดเท็จสำเร็จเป็นอกุศลกรรมบถในขั้นตอนใด ?
ก. เรื่องไม่จริง                   
ข. พูดเรื่องไม่จริง             
ค. คนฟังเชื่อ
     
ง. ถูกทุกข้อ
๓๐. ความเสียหายจากมุสาวาทข้อใด มีโทษมาก ?
ก. โกหกตัวเอง                 
ข. โกหกเด็ก       
ค. โกหกเล่น      
ง. โกหกศาล

๓๑. ข้อใด เป็นผลกรรมของคนพูดเท็จติดตามมาถึงชาติปัจจุบัน ?
ก. ไม่น่าเชื่อถือ                 
ข. ไม่น่าไว้ใจ     
ค. ไม่น่าคบหา   
ง. ถูกทุกข้อ

๓๒. คําส่อเสียดยุยงให้เกิดความแตกแยก ตรงกับคําใด ?
ก. มุสาวาท         
ข. ปิสุณวาจา
     
ค. ผรุสวาจา        
ง. สัมผัปปลาปะ
๓๓. พูดส่อเสียดเพื่อให้ตนได้รับประโยชน์ ตรงกับข้อใด ?
ก. ให้เขาขัดแย้ง                
ข. ให้เขาบาดหมาง                         
ค. ให้เขารัก
                      
ง. ให้เขาแบ่งแยก
๓๔. ข้อใด เป็นการพูดส่อเสียดเพราะประสงค์ร้ายต่อผู้อื่น ?
ก. ให้เป็นศัตรูกัน             
ข. ให้ไม่ลงรอยกัน                          
ค. ให้ไม่ถูกกัน   
ง. ถูกทุกข้อ

๓๕. คําส่อเสียด มีผลกระทบต่อสังคมอย่างไร ?
ก. ทะเลาะกัน                    
ข. ลักขโมยกัน   
ค. แตกแยกกัน
  
ง. ถูกทุกข้อ
๓๖. คําพูดประกอบด้วยเจตนาใด เรียกว่าผรุสวาจา ?
ก. เจตนาดี          
ข. เจตนาร้าย
     
ค. เจตนาฆ่า        
ง. เจตนาขโมย
๓๗. ผรุสวาจา ได้แก่คําพูดเช่นไร ?
ก. คําหยาบคาย  
ข. คําด่า               
ค. คําสาปแช่ง    
ง. ถูกทุกข้อ

๓๘. ผรุสวาจา เป็นกรรมประเภทใด ?
ก. กายกรรม                      
ข. วจีกรรม
        
ค. มโนกรรม      
ง. ถูกทุกข้อ
๓๙. ข้อใด ทำให้เปรตตนหนึ่งมีปากเท่ารูเข็ม เพราะผรุสวาจา ?
ก. ประชดพ่อแม่               
ข. แดกดันพ่อแม่              
ค. ด่าพ่อแม่
                      
ง. ถูกทุกข้อ
๔๐. ข้อใด เป็นลักษณะของคําพูดเรียกว่า สัมผัปปลาปะ ?
ก. เหลวไหล       
ข. ไร้สาระ          
ค. ไร้ประโยชน์  
ง. ถูกทุกข้อ

๔๑. สัมผัปปลาปะ โดยมากปรากฏแก่บุคคลจําพวกใด ?
ก. แสดงละคร    
ข. แสดงธรรม    
ค. สอนธรรม                    
ง. บรรยายธรรม
๔๒. คนพูดจาเพ้อเจ้อ ตายไปจักถือปฏิสนธิเป็นสัตว์ใด ?
ก. สัตว์นรก        
ข. สัตว์หิมพานต์              
ค. สัตว์วิเศษ       
ง. สัตว์วรรณคดี
๔๓. กิริยาอาการอยากได้ในข้อใด เรียกว่าอภิชฌา ?
ก. คิดเอามาดื้อ ๆ              
ข. ไม่คิดจะซื้อ   
ค. ไม่คิดจะขอ    
ง. ถูกทุกข้อ

๔๔. อภิชฌา เป็นเหตุให้คนทำบาปกรรมใด ?
ก. คิดผิด             
ข. โกงกิน
           
ค. มีชู้    
ง. ล้างแค้น
๔๕. กิเลสใด ทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นอภิชฌา ?
ก. โลภะ              
ข. โทสะ             
ค. โมหะ             
ง. ถูกทุกข้อ
๔๖. ความเคียดแค้นชิงชัง เกิดขึ้นจากสาเหตุใด ?
ก. ความงมงาย   
ข. ความโกรธ
    
ค. ความฟุ้งซ่าน  
ง. ความกังวลใจ
๔๗. ข้อใด เป็นความคิดอาฆาตพยาบาท ?
ก. ทำลายล้าง      
ข. ศรัทธางมงาย
ค. ใส่ร้ายป้ายสี   
ง. ให้เจ็บใจ
๔๘. ข้อใด สั่งสอนเรื่องกรรมผิดไปจากความเป็นจริง ?
ก. แก้กรรม         
ข. ฝากกรรม       
ค. ตัดกรรม                       
ง. ถูกทุกข้อ

๔๙. เมื่อไม่เข้าใจเรื่องกรรมจะถลำผิดกลายเป็นคนเช่นไร ?
ก. สัมมาทิฏฐิ     
ข. มิจฉาทิฏฐิ
    
ค. มีเมตตา                         
ง. มีสัจจะ
๕๐. เมื่อยังมีกรรมติดตัว วิธีป้องกันที่ถูกต้องคือข้อใด ?
ก. อย่าทำชั่ว       
ข. อย่าทำดี                        
ค. อย่าเชื่อบุญ    
ง. อย่ารู้คุณพ่อแม่